ReadyPlanet.com
dot
dot
แจ้งเพื่อรับข่าวสารจากเรา

dot
dot
ทีรันนัสดอทคอม
dot
bulletสารจากผู้อำนวยการ
bulletประวัติทีรันนัส
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
bulletสมุดเซ็นเยี่ยม
bulletข่าวสารจากทีรันนัส
dot
หนังสือแยกเป็นหมวดหมู่
dot
bulletหมวด คริสเตียนศึกษา
bulletหมวด การเทศนา
bulletหมวด อธิบายพระคัมภีร์
bulletหมวด คู่มือศึกษาพระคัมภีร์
bulletหมวด เพิ่มพูนคริสตจักร
bulletหมวด การสร้างสาวก
bulletหมวด การประกาศ-มิชชั่น
dot
สำนักพิมพ์ ทีรันนัส
dot
bulletสมัครเป็นสมาชิก
bulletสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย
bulletหนังสือใหม่ล่าสุด
bulletหนังสือขายดีติดอันดับ
bulletหนังสือพิมพ์ซ้ำ
bulletวิธีสั่งซื้อสินค้าจากเรา
bulletศูนย์รับแจ้งสินค้ามีปัญหา
bulletแนะนำร้านหนังสือคริสเตียน
dot
Phon Phaiboon Church
dot
bulletคำเทศนาของศิษยาภิบาล
bulletข่าวสารจากคริสตจักร
dot
เว็บอื่นๆ
dot
bulletLink ลิ้งค์ไปเว็บคริสเตียน
bulletwww.thaichristians.net


องค์การ gpinternational
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
เว็บข่าวสารคริสเตียนไทย ทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่แบ่งแยกคณะ บทความ  คำเทศนา  เรื่องสั้น  บทกลอน  แจกโฮมเพจเพื่อคริสตจักรในท้องถิ่น.... ฟังคำเทษนาออน์ไลน์  ลิ้งค์ไปเว็บต่างของคริสเตียนทั่วโลก   แหล่งซื้อขายของคริสเตียน  สิ่งดีๆที่คุณไม่ควรพลาดในเว็บไทยคริสเ
สมาคมพระคริสตธรรมไทย
คริสตจักรพรไพบูลย์


เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีชีวิตชีวา article

กิจการ 2.42-47

             เรารักคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ เมื่อคนหนึ่งคนใดตายแล้ว ไม่มีใครเอาศพวางไว้ในห้องนอนของตน ก็แสดงว่าไม่มีใครชอบคนที่ตายแล้ว บางคนยังมีชีวิตแต่อยู่ในอาการโคม่า เป็นอาการหมดสติเป็นเวลานาน คริสตจักรก็เช่นเดียวกัน บางคริสตจักรมีกิจกรรมภายนอก แต่เป็นเหมือนในคริสตจักร 7 คริสตจักรที่ปรากฎอยู่ในพระธรรมวิวรณ์บทที่ 2-3 คริสตจักรที่ตายแล้ว ซึ่งอัครสาวกยอห์นได้เขียนจดหมายและส่งไปนั้น มี ครสิตจักรแห่งหนึ่ง ชื่อว่า คริสตจักรซาร์ดิส เป็นคริสตจักรที่ดูเหมือนว่า มีชีวิต แต่จริงๆแล้ว ตายเสียแล้ว พระคัมภีร์บอกว่า “...เจ้าได้ชื่อว่ามีชีวิตอยู่ แต่ว่าเจ้าได้ตายเสียแล้ว” (วว.3.1)

         ไม่ใช่คริสตจักรทุกแห่งเหมือนกัน คริสตจักรที่มีชีวิตชีวาก็มี คริสตจักรที่ตายแล้วก็มี คริสตจักรของเราเป็นอย่างไร เราควรพิจารณาดูตามพระวจนะของพระเจ้าว่า คริสตจักรของเรามีชีวิตชีวา หรือไม่
         
กิจการ 2.42 -47 ได้แสดงถึงลักษณะของคริสตจักรเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นตัว อย่างที่ดีของคริสตจักรที่มีชีวิตชีวา คริสตจักรเยรูซาเล็มได้เกิดขึ้น หลังจากที่พระเยซูได้เสด็จขึ้นไปสู่สวรรค์แล้ว ชุมชนคริสเตียนได้ร่วมประชุมกัน จำนวน 120 คน เมื่อพวกเขาได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในวันเพ็นเทคอสต์ เปโตรได้เทศนา มี 3,000 คนได้กลับใจใหม่และรับบัพติศมาในวันเดียว ชีวิตของคริสตจักรแห่งนี้น่าประทับใจมาก และให้เห็นถึงเครื่องหมายของคริสตจักรที่มีชีวิตชีวา หวังอย่างยิ่งว่า คริสตจักรของเราเป็นคริสตจักรที่มีชีวิตชีวา โดยให้มีเครื่องหมายซึ่งคริสตจักรเยรูซาเล็มมีอยู่

1. เป็นคริสตจักรที่ชอบเรียนพระวจนะของพระเจ้า (42 ก)
          
“เขาทั้งหลายได้ขะมักเขม้นฟังคำสอนของจำพวกอัครทูต” หลังจากที่พวกเขาได้กลับใจใหม่และรับบัพติศมาแล้ว เขาขะมักเขม้นฟังคำสอนของอัครทูต พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เปิดโรงเรียน อัครทูตเป็นครู และคนที่รับบัพติศมา3,000 คนเป็นนักเรียน ทำให้ความเชื่อของเขาเข้มแข็งและถูกต้อง การกระทำของพวกเขาก็ถูกต้องเช่นเดียวกัน
          
มีสองคำที่น่าจับตามองดู คำแรก คือ ขะมักเขม้นฟัง ไม่ใช่ฟังเฉยๆ แต่ตั้งใจฟัง เอาจริงเอาจัง ฟังอย่างจริงใจ คำที่สอง คือพวกอัครทูต พระเจ้าทรงโปรดให้คำสอนของอัครทูตมีสิทธิอำนาจโดยที่ให้อัครทูตได้กระทำการอัศจรรย์และหมายสำคัญหลายประการ (43) ในทุกวันนี้ ไม่มีตำแหน่งอัครทูต แต่คำสอนของอัครทูตได้ถูกร่วมอยู่ในพระคัมภีร์ใหม่ เราจึงควรเรียนและเชื่อฟังพระคัมภีร์ การเรียนพระคัมภีร์เป็นวิธีสร้างความเชื่อให้มั่นคงและแข็งแรง
         
คริสตจักรที่ประกอบด้วยพระวญญาณบริสุทธิ์เป็นคริสตจักรที่เรียนพระคัมภีร์และเชื่อฟังพระคัมภีร์ เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำคริสคจักรให้เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นวิญญาณแห่งความจริง ทรงนำเราไปสู่ความจริงทั้งมวล ดังนั้น เราควรเรียนจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์ทรงเป็นผู้สอนพระวจนะของพระเจ้า ในเวลาเดียวกัน พระองค์ทรงสอนพระคัมภีร์ผ่านทางมนุษย์ พระองค์ทรงแต่งตั้งบางคนให้เป็นศิษยาภิบาลและอาจารย์ ให้สอนพระคัมภีร์ เราจึงมาเรียนพระคัมภีร์จากศิษยาภิบาลแะอาจารย์

2. เป็นคริสตจักรที่ชอบร่วมสามัคคีธรรม (42 ข)
           
“เขาทั้งหลายได้ขะมักเขม้น... ร่วมสามัคคีธรรม” คำว่า “สามัคคีธรรม” ที่นี่ มีความหมายสองอย่าง สองอย่างนี้แยกออกจากกันไม่ได้ เหมือนเงินเหรียญสองด้าน อันแรก ร่วมสามัคคีธรรมกับพระเจ้า หมายถึงได้รับส่วนแบ่งของเราจากพระเจ้า เพราะว่า ความสามัคคีธรรมของเรานั้น “เราทั้งหลายก็ร่วมสามัคคีกับพระบิดา และกับพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์”(1 ยอห์น 1.3) อันที่สอง ร่วมสามัคคีธรรมกับธรรมิกชน คือแบ่งให้แก่คนอื่น ไม่ใช่รับอย่างเดียว แต่ให้ด้วย ผู้เขียนพระธรรมกิจการ คือลูกาได้แสดงให้เห็นถึงวิธีการที่คริสเตียนในยุคแรกได้แบ่งสิ่งของของตัวเองให้แก่คนอื่นอย่างต่อเนื่อง “บรรดาผู้ที่เชื่อนั้น ก็อยู่พร้อมกัน ณ ที่แห่งเดียว และทรัพย์สิ่งของของเขาเหล่านั้นเขาเอามารวมกันเป็นของกลาง เขาจึงได้ขายที่ดินและทรัพย์สิ่งของ มาแบ่งให้แก่คนทั้งปวงตามซึ่งทุกคนต้องการ”(44-45)
          
พระคัมภีร์ข้อเหล่านี้ทำให้เราสับสนบ้าง บางคนบอกว่า ข้อเหล่านี้เหมือนคอมมิวนิสต์ แต่จริงๆแล้ว ไม่เหมือน เพราะว่า พวกคอมมิวนิสต์นั้นได้แบ่งให้ ไม่มีคนรวย ไม่มีคนยากจนโดยใช้อำนาจ มีคนบังคับ แล้วผู้มีอำนาจเป็นคนส่วนน้อยรวย คนส่วนใหญ่ยากจน แต่คริสเตียนยุคแรกได้กระทำด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับ
           
อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อคริสเตียยุคแรกทำเช่นนี้ เราจึงทำเช่นนั้นตามตัวอักษรหรือ ต้องขายที่ดินและทรัพย์สินส่วนตัวเอามาแบ่งให้หรือ พระคัมภีร์ไม่ให้มีทรัพย์สินส่วนตัวหรือ แน่นอน พระเจ้าทรงเรียกบางคนให้ทำอย่างนั้นด้วยความสมัครใจ แต่ไม่ใช่ทุกคน คริสเตียนยุคแรกบางคนขายที่ดินและเอามาแบ่งให้ด้วยความสมัครใจ แต่คนอื่นๆยังมีทรัพย์สินส่วนตัว ในข้อ 46 เราอ่านได้ว่า “หักขนมปังตามบ้านของเขา” แสดงให้เห็นว่า เขาเหล่านั้นยังมีบ้านของเขาเอง ในกิจการบทที่ 5 เราเห็นได้ว่า ความบาปของอานาเนียกับสัปฟีรานั้น ไม่ใช่ความโลภ หรือวัตถุนิยม แต่ความหลอกลวง เขาได้ขายที่ดิน และเก็บค่า ที่ดินส่วนหนึ่ง แล้วเอาส่วนที่เหลือมามอบให้แก่อัครสาวก ทำท่าเหมือนเอาค่าที่ดินทั้งหมดมาถวาย เปโตรได้บอกอย่างชัดเจนว่า “เมื่อที่ดินยังอยู่ก็เป็นของเจ้ามิใช่หรือ เมื่อขายแล้วเงินก็ยังอยู่ในอำนาจของเจ้ามิใช่หรือ ... เจ้ามิได้มุสาต่อมนุษย์ แต่ได้มุสาต่อพระเจ้า” (กิจการ 5.4) เมื่อเปโตรได้ถูกปล่อยจากคุก เขาก็ไปหาบ้านของมารีย์ มารดาของมาระโก เห็นได้ว่า มารดาของมาระโกก็ยังมีบ้านของตน(กิจการ 12) 
             
เราจึงควรทำด้วยความสมัครใจ และไม่ใช่เห็นแก่หน้าคนหนึ่งคนใด แต่ทำจำเพาะพระพักตรพระเจ้า การที่คริสเตียนมีทรัพย์สินส่วนตัวนั้นไม่ผิดอะไรเลย แต่ในเวลาเดียวกัน พระเจ้าทรงเรียกเราให้ดูแลคนยากจน ขัดสนและเดือด ร้อน คริสเตียนยุกแรกได้วางแบบอย่างในเรื่องนี้ด้วยความสมัครใจ ความสามัคคีธรรมของคริสเตียน คือความรักซึ่งกันและกัน ความรักซึ่งกันและกันของคริสเตียนก็คือความดูแล ความดูแลของคริสเตียน คือการแบ่งให้ ไม่ควรกล่าวโทษ ไม่ควรอิจฉาริษยา ไม่ควรนึกเสียดาย ในชุมชนคริสเตียนนั้น คนยากจนก็ไม่รู้สึกอาย และคนรวยก็ไม่อวดตัว แต่ร่วมกันทำให้ลดความยากจนและไม่ให้มีใครขัดสน นี่แหละเป็นความรับผิดชอบของคริสเตียนที่ประกอบ ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชุมชนแห่งความเชื่อ

3. เป็นคริสตจักรที่ชอบนมัสการพระเจ้า (42 ค)
          
“เขาทั้งหลาย...ทั้งขะมักเขม้นในการหักขนมปังและการอธิษฐาน” หักขนมปัง คงหมายถึงการถือศิลมหาสนิท การอธิษฐานที่นี่ คงหมายถึงประชุมอธิษฐาน หรืออธิษฐานร่วมกัน ไม่ใช่อธิษฐานส่วนตัว หมายความว่า คริสเตียนยุคแรกได้ขะมักเขม้นนมัสการพระเจ้า
            
การนมัสการพระเจ้าเป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดสำหรับคริสเตียน เมื่อเราประสบความสำเร็จในการนมัสการพระเจ้า เราก็จะประสบความสำเร็จในการกระทำทุกอย่าง พระเจ้าทรงประสงค์ให้เรานมัสการพระองค์ พระองค์ทรงแสวงหาคนที่นมัสการพระองค์
          
การนมัสการของคริสเตียนยุคแรกมีทั้งความชื่นชมยินดีและความเกรงกลัว ในข้อที่ 46 กล่าวไว้ว่า “ร่วมรับประทานอาหารด้วยความชื่นชมยินดี” เขามาพบกันเมื่อไร ที่ไหนก็ตาม เขาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี พระเจ้าทรงประทานพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และพระเจ้าได้ทรงประทานพระ วิญญาณบริสุทธิ์ เขาจึงชื่นชมยินดี ยิ่งกว่านั้น ผลของพรวิญญาณบริสุทธิ์ อย่างหนึ่ง คือ ความปลาบปลื้มใจ ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความชื่นชมยินดี การนมัสการพระเจ้าของเราน่าจะเป็นการเฉลิมฉลอง เพราะพระเจ้าของเรายิ่งใหญ่ ในเวลาเดียวกันมีความเกรงกลัวด้วย เรานมัสการพระเจ้า ไม่ใช่มนุษย์ พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรม และผู้ยิ่งใหญ่ ในข้อ 43 กล่าวไว้ว่า “เขามีความเกรงกลัวด้วยกันทุกคน” เพราะฉะนั้น การนมัสการของเราควรมีทั้งความชื่นชยินดีและความเกรงกลัวด้วย

4. เป็นคริสตจักรที่ชอบประกาศข่าวประเสริฐ (47)
            “... ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งหลายซึ่งกำลังจะรอด มาเข้ากับพวกสาวกทุกวันๆ” การเรียนพระคัมภีร์ การสามัคคีธรรม และการนมัสการพระเจ้านั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายในคริสตจักร ถ้าคริสตจักรมีสามสิ่งเหล่านี้เท่านั้น คงไม่ค่อยมีชีวิตชีวา เพราะพระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย คริสตจักรเยรูซาเล็มเป็นคริสตจักรที่มีชีวิตชีวา เพราะไม่ลำเอียงไปข้างเดียว ถึงแม้พวกเขาได้ขะมักเข้มนฟังคำสอน สามัคคีและนมัสการพระเจ้า แต่ยังไม่ลืมการเป็นพยานฝ่ายพระเยซูแก่คนนอกคริสตจักร มีสามสิ่งที่เราควรเรียนรู้เกี่ยวกับการประกาศของคริสตจักร
            
ประการแรก พระเยซูเองได้ทรงการะทำ “ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า” พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ประกาศยอดเยี่ยม เราจึงประกาศโดยพึ่งวางใจในพระองค์ด้วยความถ่อมใจ
            
ประการที่สอง พระเยซูทรงโปรดให้คนที่จะรอด มาเข้ากับพวกสาวก พระเยซูได้ทรงเพิ่มเติมคนให้เข้าโบสถ์ แต่คนที่พระองค์ทรงนำมานั้นเป็น พระองค์ทรงช่วยให้รอดด้วย ความรอดกับการเข้าโบสถ์ควรเดินไปเคียงข้าง
            
ประการที่สาม พระเยซูทรงเพิ่มคนเติมทุกวันๆเรื่อยไป ลูกาได้รายงานให้เราทราบว่า พระองค์ทรงเพิ่มคนให้เข้ามาโบสถ์อย่างไร ใน 2.41 มี 3,000คน 4.4 มี5,000 คนเฉพาะผู้ชาย 5.4 มากกว่าก่อน 6.1-2 ทวีมากขึ้น และ 9.31 คริสตจักรในที่ต่างๆจำเริญขึ้น และคริสตสมาชิกก็ยิ่งทวีมากขึ้น
          
เราได้เห็นเครื่องหมายของคริสตจักรที่มีชีวิตชีวาจากคริสตจักรเยรูซาเล็มอย่างชัดเจน นั่นก็คือ คริสตจักรที่ชอบเรียนพระคัมภีร์ ชอบร่วมสามัคคีธรรม ชอบนมัสการพระเจ้า และชอบประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซู ขอให้เราาร่วมมือร่วมใจสร้างคริสตจักรของเราให้มีชีวิตชีวาตลอดไปเรื่อยๆ

 





คำเทศนาเรื่อง สุขสันต์วันคริสตมาส article
คำเทศนา ท่าทีที่ถูกต้องต่อพระเยซูคริสต์ในวันคริสตมาส article
คำเทศนาเรื่อง เหรียญทองแห่งความเชื่อ article
คำเทศนาเรื่อง ให้ทุกคนสรรเสริญพระเจ้า article
เทศนาเรื่อง รู้จักการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง เจ้ารักเราหรือ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีสองปีก article
คำเทศนาเรื่อง จงมาดูและรีบไปบอก article
คำเทศนาเรื่อง คริสตจักรที่รักซึ่งและกัน article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เพิ่มพูนทวีคูณ article
เทศนาเรื่อง ผล 9 อย่างของพระวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง การรู้จักบังคับตน article
คำเทศนาเรื่อง ความสุภาพอ่อนน้อม article
คำเทศนาเรื่อง เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ article
เทศนาเรื่อง ความสัตย์ซื่อ article
เทศนาเรื่อง ความดี article
เทศนาเรื่อง การวางใจที่ได้รับพระพร article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ความปรานี article
เทศนาเรื่อง ความอดกลั้นใจ article
เทศนาเรื่อง สันติสุข article
เทศนาเรื่อง ความปลาบปลื้มใจ article
ท่าทีการรับใช้ที่พระเจ้าชอบพระทัย article
เทศนาเรื่อง ผู้เชื่อที่รอคอย article
เทศนาเรื่อง จงอุตส่าห์สอนลูกหลานของท่าน article
ความรัก article
ผลของพระวิญญาณบริสุทธ์ article
เทศนาเรื่อง รู้จักพระเยซูที่เราเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ผู้ที่เราควรกลัว article
เทศนาเรื่อง แบบอย่างชีวิตที่เลือกทางที่ถูกต้อง article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ถ้าการฟื้นจากตายไม่มี article
เทศนาเรื่อง จงเที่ยวหาผู้ที่หลงหาย article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่เต็มไปด้วยการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่จะพอใจ article
เทศนาเรื่อง รักพระเจ้าต้องรักพี่น้อง article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่ดีรอบคอบ article
เทศนาเรื่อง ฉันจะไปบอก article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 3 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 2 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ article
เทศนาเรื่อง ให้มีจิตใจปรองดองกัน article
เทศนาเรื่อง ความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี article
เทศนาเรื่อง ท่าทีที่ถูกต้องต่อผู้นำฝ่ายวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เข้มแข็ง article
คำเทศนาเรื่อง ให้เราเชื่ออย่างถูกต้อง article
sermon D 06 article
sermon C 06 article
sormon B 06 article
sermon A 06 article
new book
Headline
Headline
TEST TYRANNUS



Copyright © 2010 All Rights Reserved.