ReadyPlanet.com
dot
dot
แจ้งเพื่อรับข่าวสารจากเรา

dot
dot
ทีรันนัสดอทคอม
dot
bulletสารจากผู้อำนวยการ
bulletประวัติทีรันนัส
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
bulletสมุดเซ็นเยี่ยม
bulletข่าวสารจากทีรันนัส
dot
หนังสือแยกเป็นหมวดหมู่
dot
bulletหมวด คริสเตียนศึกษา
bulletหมวด การเทศนา
bulletหมวด อธิบายพระคัมภีร์
bulletหมวด คู่มือศึกษาพระคัมภีร์
bulletหมวด เพิ่มพูนคริสตจักร
bulletหมวด การสร้างสาวก
bulletหมวด การประกาศ-มิชชั่น
dot
สำนักพิมพ์ ทีรันนัส
dot
bulletสมัครเป็นสมาชิก
bulletสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย
bulletหนังสือใหม่ล่าสุด
bulletหนังสือขายดีติดอันดับ
bulletหนังสือพิมพ์ซ้ำ
bulletวิธีสั่งซื้อสินค้าจากเรา
bulletศูนย์รับแจ้งสินค้ามีปัญหา
bulletแนะนำร้านหนังสือคริสเตียน
dot
Phon Phaiboon Church
dot
bulletคำเทศนาของศิษยาภิบาล
bulletข่าวสารจากคริสตจักร
dot
เว็บอื่นๆ
dot
bulletLink ลิ้งค์ไปเว็บคริสเตียน
bulletwww.thaichristians.net


องค์การ gpinternational
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
เว็บข่าวสารคริสเตียนไทย ทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่แบ่งแยกคณะ บทความ  คำเทศนา  เรื่องสั้น  บทกลอน  แจกโฮมเพจเพื่อคริสตจักรในท้องถิ่น.... ฟังคำเทษนาออน์ไลน์  ลิ้งค์ไปเว็บต่างของคริสเตียนทั่วโลก   แหล่งซื้อขายของคริสเตียน  สิ่งดีๆที่คุณไม่ควรพลาดในเว็บไทยคริสเ
สมาคมพระคริสตธรรมไทย
คริสตจักรพรไพบูลย์


คำเทศนาเรื่อง คริสตจักรที่รักซึ่งและกัน article

ยอห์น 13.34 – 35

            ครั้งหนึ่ง มีธรรมจารย์คนหนึ่งมาถามพระเยซูว่า “ธรรมบัญญัติข้อใดเป็นเอกเป็นใหญ่กว่าธรรมบัญญัติทั้งปวง” พระเยซูทรงตอบว่า “...จงรักพระเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของท่าน ด้วยสุดความคิดและด้วยสิ้นสุดกำลังของท่าน และธรรมบัญญัติที่สองนั้นคือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง...” (มก.12.28-31) แสดงให้เห็นว่า การที่เรารักพระเจ้าและรักเพื่อนมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญมาก
          
เมื่อเราสังเกตพระวจนะของพระเจ้าสำหรับวันนี้ ซึ่งปรากฎอยู่ในยอห์น 13.34-35 ก็พบได้ว่า มีวลีหนึ่งที่ได้ถูกใช้ถึงสามครั้ง นั่นก็คือ “รักซึ่งกันและกัน” ในข้อ 34 สองครั้งและในข้อ 35 อีกหนึ่งครั้ง เน้นถึงรักคน ซึ่งสอดคล้องกับคำตรัสของพระเยซูที่ว่า “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง” คริสตจักรของพระเยซูคริสต์ควรเป็นคริสตจักรที่เชื่อฟังและปฎิบัติตามคำตรัสของพระองค์ ดังนั้น เช้าวันนี้จะเทศนาด้วยหัวข้อว่า “คริสตจักรที่รักซึ่งกันและกัน” 
          
ความรักนั้นเป็นสิ่งที่ดี หวาน ทุกคนชอบ ทุกคนรู้ดีว่า ควรรักซึ่งกันและกันในครอบครัว ในที่ทำงาน ในสังคม หรือในคริสตจักร แต่ในเชิงปฎิบัติ เราทุกคนก็ยอมรับว่า ไม่ค่อยง่าย แม้คริสเตียนเราก็ไม่แตกต่างกันมากเท่าไรนัก ถ้าคริสตจักรของเราจะเป็นคริสตจักรที่รักซึ่งกันและกันจริงๆ เราจำเป็นต้องเรียนสิ่งที่พระองค์ทรงชี้ให้เห็น สิ่งที่พระเยซูได้ทรงชี้ให้เห็นในข้อเหล่านี้มีเรื่องสำคัญสามประการ

1. พระบัญญัติใหม่
       
“เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน” (ข้อ 34 ก) การที่เรารักซึ่งกันและกันเป็นบัญญัติใหม่ที่พระเยซูประทานให้แก่เรา ทำไมการรักซึ่งกันและกันเป็นบัญญัติใหม่
        
เมื่อพระเยซูตรัสว่า “เราให้บัญญัติใหม่แก่เจ้าทั้งหลาย” พระองค์ทรงเปรียบ เทียบกับบัญญัติเดิมในเรื่องมนุษยสัมพันธ์กัน เมื่อเราคิดถึงบัญญัติ เรามักจะคิดถึงธรรมบัญญัติของพระเจ้าที่พระองค์ทรงประทานแก่อิสราเอลผ่านทางโมเสสบนภูเขาซีนาย จุดประสงค์ หรือบทบาทของธรรมบัญญัติ ก็คือให้รู้จักความบาป ชี้ให้เห็นถึงความผิดบาปที่ได้กระทำ ดังนั้น ด้วยมุมมองของธรรมบัญญัติ คนมักจะจับผิดของคนอื่นและลงโทษตามการกระทำผิดของคนนั้น เช่น เอาหินมาขว้างคนที่ดูถูกพ่อแม่ของตนหรือคนที่ล่วงประเวณี เป็นต้น
         
พระเยซูผู้ทรงทำให้ธรรมบัญญัตินั้นสมบูรณ์ทุกประการ ได้ทรงประทานบัญญัติใหม่ เมื่อเราอ่านยอห์นบทที่ 13.1 พระองค์ทรงทราบแล้วว่า อีกไม่นาน พระองค์จะจากโลกนี้ไปหาพระเจ้า พระองค์ทรงใช้เวลาส่วนตัวกับสาวก 12 คนเป็นพิเศษ เพื่อจะเตรียมพวกเขาสำหรับเหตุการณ์ที่จะเกิด คือการทรยศ การสิ้นพระชน์ การคืนพระชนม์ และการเสด็ดขึ้นสู่สวรรค์ของพระเยซู พระองค์จะไม่อยู่กับสาวกของพระองค์อีกในลักษณะที่เคยอยู่ด้วยกันมาเป็นเวลาสามปี พระองค์จะจากโลกนี้ไปหาพระเจ้า แต่สาวกของพระองค์ยังอยู่ในโลกนี้ต่อไป ฉะนั้น พระองค์ทรงประทานวิธีที่พวกสาวกของพระองค์ควรปฎิบัติในการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา วิธีนั้น คือรักซึ่งกันและกัน เป็นบัญญัติใหม่ซึ่งตรงกันข้ามกับบัญญติเดิม
        
ในคำเทศนาบนภูเขาของพระเยซู เราเห็นได้ว่า คนอิสราเอลได้ยินมาว่า ตาแทนตา และฟันแทนฟัน แต่พระเยซูตรัสว่า “อย่าต่อสู้คนชั่ว” คนอิสราเอลได้ยินมาว่า “จงรักคนสนิท และเกลียดชังศัตรู” แต่พระเยซูตรัสว่า “จงรักศัตรูของท่านและจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน” (มธ.5.38-48) 
         
การรักซึ่งกันและกันเป็นบัญญัติใหม่ เป็นทางใหม่ที่จะผูกมัดสาวกของพระเยซูให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหลังจากที่พระเยซูจากโลกนี้ไปหาพระเจ้าแล้ว เช่นเดียวกัน ไม่ใช่รักฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่การรักซึ่งกันและกันเป็นทางเดียวที่ได้ผูกมัดผู้เชื่อในชุมชนแห่งความเชื่อให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้

2. รักด้วยความรักของพระเยซู
       
“เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น”( 34 ข)
ในช่วงเวลาที่พระเยซูอยู่กับสาวกของพระองค์บนโลกนี้ พระองค์ทรงรักสาวกของพระองค์และคนอื่นๆด้วย ความรักที่พระองค์ทรงสำแดงให้เห็นนั้นเป็นแบบอย่างแก่สาวกของพระองค์ที่จะรักซึ่งกันและกันต่อไปในขณะที่พระองค์ทรงไม่ได้อยู่กับพระองค์
          
พระเยซูทรงรักทุกคนโดยไม่ได้เลือกหน้าใคร พระเยซูทรงรักผู้หนึ่งผู้ใดไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนที่น่ารัก พระองค์ทรงรักคนที่ไม่น่ารักในสายตาของคนทั่วไป จนได้ทรงถูกเรียกว่า เป็นมิตรสหายของคนบาปและคนเก็บภาษี พระ องค์ทรงรักศัตรูของพระองค์ด้วยโดยการอธิษฐานเผื่อคนที่ตรึงพระองค์ที่กาง เขน พระองค์ผู้ทรงรักแม้ศัตรูได้ทรงบัญชาให้เรารักศัตรูของเราเช่นกัน “จงรักศัตรูของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน... แม้ว่าท่านรักผู้ที่รักท่าน จะได้บำเหน็จอะไร ถึงพวกเก็บภาษีก็ยังกระทำอย่างนั้นมิใช่หรือ” (มธ.5.44, 46)
          
นอกจากแล้ว พระเยซูทรงรักสาวกของพระองค์จนถึงที่สุด พระองค์ทรงทราบว่า ถึงเวลาที่จะจากโลกนี้ไปหาพระเจ้า ทรงทราบว่ามารซาตานได้ดลใจ ยูดาสอิสคาริโอทให้อายัดพระองค์ไว้ ทรงทราบว่าพระเจ้าพระบิดาได้ทรงประ ทานสิ่งทั้งปวงให้อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ และทรงทราบว่าพระองค์มาจากพระบิดาและจะไปหาพระบิดา พระองค์ยังสำแดงความรักของพระองค์โดยการทรงล้างเท้าของสาวก พระเยซูผู้ทรงเป็นพระอาจารย์และองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงล้างเท้าของสาวก แล้วพระองค์ตรัสว่า “เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้วเพื่อให้ท่านทำเหมือนดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย” (ยน.13.15)
         
ยิ่งกว่านั้น พะเยซูได้ทรงสำแดงความรักของพระองค์โดยที่พระองค์ได้ทรงสิ้นพระชนม์ของพระองค์ที่กางเขนเพื่อเรา อัครสาวกยอห์นได้สัมผัสความรักของระเยซูเช่นนี้ แล้วท้าทายเราว่า “ดังนี้แหละเราจึงรู้จักความรัก โดยที่พระ องค์ได้ทรงยอมสละพระชนม์ของพระองค์เพื่อเราทั้งหลาย และเราทั้งหลายก็ควรจะสละชีวิตของเราเพื่อพี่น้อง... อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่า นั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง” (1ยน.3.16, 18)
         
คนที่ได้รับความรักของพระเยซูและเข้าใจ ก็จะรักคนอื่นได้ด้วยเช่นกัน คนที่ซาบซึ้งในความรักของพระองค์มาก ก็จะรักคนด้วยความรักของพระองค์อย่างมากได้ เพราะความรักของพระองค์เป็นเหตุให้เรารักคนอื่นด้วย

3. เครื่องหมายของสาวกแท้ของพระเยซู
       
“ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่าเจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา” ใครเป็นสาวกของพระเยซู คงไม่ใช่คนที่บอกว่าตัวเองเป็นสาวกของพระองค์และไม่มีการปฎิบัติอย่างที่พระเยซูทรงวางแบบไว้ ลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของสาวกแท้ของพระเยซู ก็คือรักซึ่งกันและกัน คริสตจักรแท้ คือคริสตจักรที่รักซึ่งกันและกันภายในจนได้ปรากฎภายนอกให้คนอื่นๆ เห็น เพราะเหตุนี้เอง การรักซึ่งกันและกนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะทำให้เกิดการฟื้นฟูคริสตจักรและให้คริสตจักรเพิ่มพูนทวีคูณ เมื่อเรานำคนหนึ่งคนใดมาโบสถ์ แต่เขาไม่เห็นที่เรารักซึ่งกันและกัน เขาคงมาโบสถ์ครั้งแรกครั้งเดียว แล้วก็ไม่มาอีก แต่เขาเห็นภาพที่เราทุกคนรักกันและกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง เขาคงมาอีกและอยากมาอีกแน่นอน เราต้องรักซึ่งกันและกันเพราะอะไร เพราะนี่เป็นบัญญัติใหม่ที่พระเยซูประทานให้ เราต้องรักซึ่งกันและกันด้วยลักษณะไหน เราต้องรักซึ่งกันและกัน เหมือนดังที่พระเยซูทรงรักเรา เรารักซึ่งกันและกันแล้ว อะไรเป็นผลที่ตามมา ก็คือคนอื่นๆ รู้ว่าเราเป็นสาวกแท้ของพระเยซู ให้เราร่วมมือสร้างคริสตจักรของเราให้รักซึ่งกันและกัน อันแรกที่เราควรทำ ก็คือ อธิษฐานเผื่อคริสตจักร ให้เราอธิษฐานเหมือนที่เปาโลได้อธิษฐานเผื่อคริสตจักรเธสะโลนิกา “ขอพระเป็นเจ้าทรงให้ท่านทั้งหลายจำเริญและบริบูรณ์ไปด้วยความรักซึ่งกันและกัน และรักคนทั้งปวง เหมือนเรารักท่านทั้งหลายดุจกัน”(1ธส. 3.12) อธิษฐานให้คริสตจักรของเราจำเริญและบริบูรณ์ไปด้วยความรักซึ่งกันและกัน
           
อันที่สอง ให้เรารักก่อน แทนที่รอคอยให้คนอื่นมารักเรา “เราทั้งหลายรัก ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน” (1ยอห์น 4.19) พระเยซูทรงเรียกเราเพื่อให้เรารัก มิได้ทรงเรียกเราเพื่อให้เราได้รับความรักจากคนอื่นอย่างเดียว แล้วคริสตจักรของเราจะเป็นคริสตจักรที่รักซึ่งกันและกันได้





คำเทศนาเรื่อง สุขสันต์วันคริสตมาส article
คำเทศนา ท่าทีที่ถูกต้องต่อพระเยซูคริสต์ในวันคริสตมาส article
คำเทศนาเรื่อง เหรียญทองแห่งความเชื่อ article
คำเทศนาเรื่อง ให้ทุกคนสรรเสริญพระเจ้า article
เทศนาเรื่อง รู้จักการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง เจ้ารักเราหรือ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีสองปีก article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีชีวิตชีวา article
คำเทศนาเรื่อง จงมาดูและรีบไปบอก article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เพิ่มพูนทวีคูณ article
เทศนาเรื่อง ผล 9 อย่างของพระวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง การรู้จักบังคับตน article
คำเทศนาเรื่อง ความสุภาพอ่อนน้อม article
คำเทศนาเรื่อง เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ article
เทศนาเรื่อง ความสัตย์ซื่อ article
เทศนาเรื่อง ความดี article
เทศนาเรื่อง การวางใจที่ได้รับพระพร article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ความปรานี article
เทศนาเรื่อง ความอดกลั้นใจ article
เทศนาเรื่อง สันติสุข article
เทศนาเรื่อง ความปลาบปลื้มใจ article
ท่าทีการรับใช้ที่พระเจ้าชอบพระทัย article
เทศนาเรื่อง ผู้เชื่อที่รอคอย article
เทศนาเรื่อง จงอุตส่าห์สอนลูกหลานของท่าน article
ความรัก article
ผลของพระวิญญาณบริสุทธ์ article
เทศนาเรื่อง รู้จักพระเยซูที่เราเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ผู้ที่เราควรกลัว article
เทศนาเรื่อง แบบอย่างชีวิตที่เลือกทางที่ถูกต้อง article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ถ้าการฟื้นจากตายไม่มี article
เทศนาเรื่อง จงเที่ยวหาผู้ที่หลงหาย article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่เต็มไปด้วยการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่จะพอใจ article
เทศนาเรื่อง รักพระเจ้าต้องรักพี่น้อง article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่ดีรอบคอบ article
เทศนาเรื่อง ฉันจะไปบอก article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 3 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 2 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ article
เทศนาเรื่อง ให้มีจิตใจปรองดองกัน article
เทศนาเรื่อง ความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี article
เทศนาเรื่อง ท่าทีที่ถูกต้องต่อผู้นำฝ่ายวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เข้มแข็ง article
คำเทศนาเรื่อง ให้เราเชื่ออย่างถูกต้อง article
sermon D 06 article
sermon C 06 article
sormon B 06 article
sermon A 06 article
new book
Headline
Headline
TEST TYRANNUS



Copyright © 2010 All Rights Reserved.