ReadyPlanet.com
dot
dot
แจ้งเพื่อรับข่าวสารจากเรา

dot
dot
ทีรันนัสดอทคอม
dot
bulletสารจากผู้อำนวยการ
bulletประวัติทีรันนัส
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
bulletสมุดเซ็นเยี่ยม
bulletข่าวสารจากทีรันนัส
dot
หนังสือแยกเป็นหมวดหมู่
dot
bulletหมวด คริสเตียนศึกษา
bulletหมวด การเทศนา
bulletหมวด อธิบายพระคัมภีร์
bulletหมวด คู่มือศึกษาพระคัมภีร์
bulletหมวด ชีวิตคริสเตียน
bulletหมวด เพิ่มพูนคริสตจักร
bulletหมวด การสร้างสาวก
bulletหมวด การประกาศ-มิชชั่น
dot
สำนักพิมพ์ ทีรันนัส
dot
bulletสมัครเป็นสมาชิก
bulletสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย
bulletหนังสือใหม่ล่าสุด
bulletหนังสือขายดีติดอันดับ
bulletหนังสือพิมพ์ซ้ำ
bulletวิธีสั่งซื้อสินค้าจากเรา
bulletศูนย์รับแจ้งสินค้ามีปัญหา
bulletแนะนำร้านหนังสือคริสเตียน
dot
Phon Phaiboon Church
dot
bulletคำเทศนาของศิษยาภิบาล
bulletข่าวสารจากคริสตจักร
dot
เว็บอื่นๆ
dot
bulletLink ลิ้งค์ไปเว็บคริสเตียน
bulletwww.thaichristians.net


องค์การ gpinternational
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
เว็บข่าวสารคริสเตียนไทย ทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่แบ่งแยกคณะ บทความ  คำเทศนา  เรื่องสั้น  บทกลอน  แจกโฮมเพจเพื่อคริสตจักรในท้องถิ่น.... ฟังคำเทษนาออน์ไลน์  ลิ้งค์ไปเว็บต่างของคริสเตียนทั่วโลก   แหล่งซื้อขายของคริสเตียน  สิ่งดีๆที่คุณไม่ควรพลาดในเว็บไทยคริสเ
สมาคมพระคริสตธรรมไทย
คริสตจักรพรไพบูลย์


เทศนาเรื่อง ความปรานี article

กาลาเทีย 5.22-23, ลูกา 6.36

             ตามสถิติเก่าประมาณ 15 ปีที่แล้ว บอกว่า ทุกปี เด็กประมาณ 15 ล้านคนทั่วโลกตายไปเพราะอดอาหาร  เด็กประมาณ 80 ล้านคนได้เสียหายสายตาเพราะขาดวิตามิน  เด็กประมาณ 20 ล้านคนได้ถูกทรมานด้วยตับอักเสบเพราะขาดอาหาร แต่ทุกปี ประมาณ 2,280 ล้านบาทได้ถูกใช้เพื่อผลิตอาหารของสุนัข  ประมาณ 17,100 ล้านบาทได้ถูกใช้เพื่อผลิตเครื่องสำอาง  ประมาณ 1,140 ล้านบาทได้ถูกใช้เพื่อผลิตยาแก้อาการท้องผูก และประมาณ 2,964 ล้านบาทได้ถูกใช้เพื่อผลิตยาช่วยย่อยอาหาร
            สถิตินี้แสดงให้เห็นถึงนิสัยของคนเราในยุคนี้ที่เห็นแก่ตัวฝ่ายเดียวและไม่มีใจเมตตาปรานี  พระคัมภีร์เรียกคนเหล่านี้ว่า เป็นคนที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนังที่เกิดผลของเนื้อหนัง   คริสเตียนที่ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธ์มักจะดำเนินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์   คนที่ดำเนินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็มีผลของพระองค์ในชีวิตของตน   ผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ประการที่ห้าที่เราจะศึกษาในวันนี้ คือความปรานี  
 คำว่า “ความปรานี” หมายถึงความเอ็นดูด้วยความสงสาร   คำนี้คงแปลได้อีกว่า “ความกรุณา” “ความเมตตา”  “ความช่วยเหลือ” หรือ “ความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่”  
 สมัยคริสตจักรยุคแรกเป็นสมัยที่ลำบากมาก  ยากจนมากและอยู่ใต้การปก ครองของอณาจักรโรม  แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจมากก็คือ “คนทั้งปวงที่เชื่อนั้นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และไม่มีใครอ้างว่าสิ่งของที่ตนมีอยู่เป็นของตน” “และทรัพย์สิ่งของของเขาเหล่านั้นเขาเอามารวมกันเป็นของกลาง...มาแบ่งให้แก่คนทั้งปวงตามซึ่งทุกคนต้องการ”   นี่เป็นภาพสวยงามของคริสตจักรที่ประกอบ ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์   เป็นชีวิตที่ประกอบด้วยความเมตตาปรานี   ดำเนินชีวิตด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เหมือนครอบครัวเดียวกัน

1. ความปรานีเป็นพระลักษณะของพระเจ้า        
             พระเจ้าที่เราเชื่อทรงบริบูรณ์ด้วยพระเมตตากรุณา   ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์เป็นผู้เผยพระวจนะที่ได้รับใช้พระเจ้าในช่วงที่ชนชาติยิวถูกกวาดไปเป็นเชลย  เมื่อมองเห็นที่ประเทศชาติได้ถูกทำลายเสีย และประชาชนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนัก จึงร้องไห้คร่ำครวญ แต่ยังมีความหวังเพราะมั่นใจว่าพระเจ้าผู้ทรงบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคงและพระเมตตาจะช่วยกู้ชนชาติอิสราเอล   “ข้าพเจ้ามีควาหวังขึ้นเมื่อคิดได้ว่าความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้งและพระเมตตาของพระเจ้าไม่มีสิ้นสุด ... พระองค์จะทรงพระกรุณาตามความรักมั่รคงอันล้นเหลือของพระองค์”(พคค. 3.21-22, 32)   เมื่อพี่น้องรู้สึกผิดหวังหรือหมดหวัง จงคิดถึงความรักมั่นคงของพระเจ้า แล้วความหวังจะบังเกิดขึ้น
 เมื่อโยนาห์ไปประกาศที่เมืองนีนะเวห์ และเห็นว่าชาวนีนะเวห็ได้กลับใจและพระเจ้าไม่ลงโทษ โยนาห์ได้รู้ว่า “พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงกอปรด้วยพระคุณและทรงพระกรุณา ทรงกริ้วชา และทรงบริบูรณ์ด้วยความรักมั่นคง...”(โยนาห์ 4.2)  
 คนที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ก็หลงทำผิดและห่างจากความเชื่อได้ แต่สักวันหนึ่งจะกลับมาหาพระเจ้าแน่นอน และพระเจ้าจะไม่ทรงละทิ้งเขาเลย   โมเสสได้เทศนากับชนชาติอิสราเอลว่า พระองค์ “ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงกอปรด้วยพระเมตตา พระอง์จะไม่ทรงละทิ้งหรือทำลายหรือลืมพันธสัญญา”(ฉธบ.4.31)
           ผู้เขียนสดุดีได้ร้องสรรเสริญความรักมั่นคงของพระเจ้าว่า “พระเจ้าทรงพระกรุณาและมีพระคุณ ทรงกริ้วช้าและอุดมด้วยควารักมั่นคง... ฟ้าสวรรค์สูงเหนือแผ่นดินเท่าใด ความรักมั่นคงของพระองค์ที่มีต่อบรรดาคนที่เกรงกลัวพระองค์ก็ใหญ่ยิ่งเท่านั้น... บิดาสงสารบุตรของตนฉันใด พระเจ้าทรงสงสารบรรดาคนที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น” (สดด.103.7, 11, 13) 
 ชีวิตของพระเยซูเต็มด้วยความเมตตากรุณา   เมื่อพระองค์ทรงทอดพระ เนตรเห็นบรรดาคนที่ไร้ที่พึ่งดุจฝูงแกะไม่มีผู้เลี้ยง ก็ทรงสงสารเขา  พระองค์ทรงสำแดงความปรานีของพระองค์โดยการทรงรักษาคนป่วย คนโรคเรื้อน คนตาบอด คนหูหนวก คนใบ้  แม้คนตาย ก็ทรงชุบให้เป็นขึ้นมาอีกได้  
             คนบาปอย่างเราได้รับความรอดโดยพระคุณของพระเจ้า   พระเจ้าทรงสำ แดงพระคุณของพระองค์อันอุดมเหลือล้นและทรงเมตตาเราผู้ซึ่งกระทำผิดตอ่พระองค์ เราจึงรอดได้   พระคัมภีร์บอกว่า “พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่...” (ทต.3.5)   ความปรานีของพระองค์มักจะปรากฎขึ้นพร้อมกับความอดกลั้นพระทัยของพระองค์ด้วย เพราะว่าพระองค์ไม่ประสงค์ให้คนใดคนหนึ่งพินาศไป แต่ให้ทุกคนได้รับความรอด

2. ความปรานีเป็นบุคลิกลักษณะของคริสเตียน   
             ให้เราฟังคำเทศนาของพระเยซูอีกครั้ง “บุคคลผู้ใดมีใจกรุณา ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับพระกรุณาตอบ”(มธ.5.7)   หมายความว่า ผู้ที่อยากเป็นสุข ควรมีใจกรุณา   ลูกาได้บันทึกคำเทศนาของพระเยซูเป็นคำบัญชาว่า “ท่านทั้ง หลายจงมีความเมตตากรุณา เหมือนอย่างพระบิดาของท่านมีพระทัยเมตตากรุณา”(ลก.6.36)   พระวจนะของพระเจ้าบัญชาให้เรามีความเมตตากรุณา เราต้องเชื่อฟัง   คนที่มีความเมตตากรุณาเป็นอย่างไร   ความเมตตากรุณาเกี่ยวข้องกับความรัก   ในข้อ 35ได้บอกให้เรารักศัตรูและทำการดีต่อเขา   ใครจะรักศัตรูได้  คนที่ได้รับพระเมตตากรุณาของพระเจ้าเท่านั้นรักศัตรูได้  
            อจ.เปาโล ผู้รับใช้ของพระเจ้าได้สำแดงคุณความดีหลายอย่างเพื่อจะเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้าในการกระทำทั้งปวง และคุณความดีอย่างหนึ่ง คือใจกรุณา 
แล้วท่านได้หนุนใจพวกเราที่เชื่อว่า “ท่านจงเมตตาต่อกัน มีใจเอ็นดูต่อกัน และอภัยโทษให้กันเหมือนดังที่พระเจ้าได้ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ท่านในพระคริสต์นั้น” (อฟ.4.32)   ในข้อนี้เน้นสองเรื่อง  หนึ่ง ให้เราแสดงความเมตตาของเรา  สอง การสำแดงความเมตตานั้นควรเป็นส่วนทางกัน คือเมตตาซึ่งกันและกัน  
 เปาโลได้หนุนใจอีกครั้งด้วยภาพที่เห็นชัดเมื่อเขียนจดหมายฝากไปยังคริสตจักรโคโลสีว่า “เหตุฉะนั้นในฐานะที่เป็นพวกซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้ เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก จงสวมใจเมตตา ใจปรานี...” (คส.3.12)   เมื่อเราตื่นจากนอน เราก็ล้างมือล้างหน้า หรืออาบน้ำ แล้วถอดเสื้อชุดนอนและสวมเสื้อชุดนักเรียนถ้าเป็นนักเรียน ชุดทหารถ้าเป็นทหาร ชุดทำงานถ้าเป็นคนทำงาน ทุกๆเช้า  เช่นเดียวกัน คริสเตียนเราควรคิดดูว่า ทุกๆวัน จะสวมชุดไหน  เสื้อชุดที่เราควรใส่ในทุกๆวัน คือใจเมตตา และใจปรานี
              การที่เราแสดงความเมตตาแก่คนอื่นนั้นเป็นพยานว่าเราได้รับความรักของพระเจ้า และทำให้เราดำรงอยู่ในความรักของพระองค์ต่อไปได้   เพราะความเมตตากรุณาเป็นการสำแดงภายนอกของความรัก
 เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ทำอย่างไร เราจึงมีควาเมตตากรุณาได้   แน่นอน มิใช่ด้วยความพยายามของเราเอง หรือด้วยความตั้งใจของเราเอง   โดยปกติแล้ว มนุษย์เราชอบที่จะรับ ไม่ชอบที่จะให้   มักจะอิจฉาริษยาคนอื่นแทนความกรุณา  เพราะนี่เป็นนิสัยมนุษย์  
              เราไม่ควรลืมว่า ความปรานีเป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์   คนที่จะเมตตาคนอื่นได้นั้น เป็นคนที่ได้รับและซาบซึ้งพระเมตตาอันอุดมเหลือล้นของพระเจ้าเท่านั้น   คนที่ได้รับการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ก็ได้รับพระเมตตาของพระเจ้า เพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นวิญญาณของพระเจ้า   เพราะฉะนั้นมีทางเดียวที่จะได้รับการทรงนำของพระวิญญาณ คือดำเนินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์   เมื่อเราดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์จะทรงโปรดให้เรามีความเมตตาปรานีในชีวิตของเรา   เพราะเหตุนี้ พระคัมภีร์บอกว่า ความปรานีเป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์  
  
            คริสตจักรคืออะไร คือชุมชนของผู้ที่ได้รับความรอดและได้เป็นบุตรของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซู  และเป็นสถาบันฝึกอบรมชีวิตแห่งแผ่นดินสวรรค์   เราไม่รู้ว่า เราจะใช้ชีวิตในคริสตจักรในโลกนี้นานเท่าไหร่และเข้าไปในสวรรค์เมื่อไหร่   แต่ตราบใดที่เราใช้ชีวิตของเราในคริสตจักรก็เป็นระยะ เวลาที่เราฝกชีวิตของเราให้เหมาะสมกับแผ่นดินสวรรค์   ฉะนั้นคริสตจักรใดที่ฝึกอบรมชีวิตแห่งแผ่นดินสวรรค์อย่างดี ก็เป็นตัวอย่างที่ดีของแผ่นดินสวรรค์   คริสตจักรไหนเป็นคริสตจักรที่ควรเป็น  ข้าพเจ้าเชื่อว่า คริสตจักรที่ควรเป็นนั้น คือคริสตจักรที่ทำให้บรรดาคนที่เข้ามาบอกว่า “ที่นี่เป็นแผ่นดินสวรรค์มิใช่หรือ” ถ้าเราอยากให้คริสตจักรของเราเป็นเหมือนแผ่นดินสวรรค์ เราควรหลีก เลี่ยงควาเห็นแก่ตัวฝ่ายเดียว แต่ขอให้เราทุกคนมีใจเมตตากรุณา และได้แสดงความเมตตากรุณาแก่ทุกคนทั้งภายในคริสตจักรและภายนอกด้วย
 
 

 





คำเทศนาเรื่อง สุขสันต์วันคริสตมาส article
คำเทศนา ท่าทีที่ถูกต้องต่อพระเยซูคริสต์ในวันคริสตมาส article
คำเทศนาเรื่อง เหรียญทองแห่งความเชื่อ article
คำเทศนาเรื่อง ให้ทุกคนสรรเสริญพระเจ้า article
เทศนาเรื่อง รู้จักการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง เจ้ารักเราหรือ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีสองปีก article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีชีวิตชีวา article
คำเทศนาเรื่อง จงมาดูและรีบไปบอก article
คำเทศนาเรื่อง คริสตจักรที่รักซึ่งและกัน article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เพิ่มพูนทวีคูณ article
เทศนาเรื่อง ผล 9 อย่างของพระวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง การรู้จักบังคับตน article
คำเทศนาเรื่อง ความสุภาพอ่อนน้อม article
คำเทศนาเรื่อง เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ article
เทศนาเรื่อง ความสัตย์ซื่อ article
เทศนาเรื่อง ความดี article
เทศนาเรื่อง การวางใจที่ได้รับพระพร article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ความอดกลั้นใจ article
เทศนาเรื่อง สันติสุข article
เทศนาเรื่อง ความปลาบปลื้มใจ article
ท่าทีการรับใช้ที่พระเจ้าชอบพระทัย article
เทศนาเรื่อง ผู้เชื่อที่รอคอย article
เทศนาเรื่อง จงอุตส่าห์สอนลูกหลานของท่าน article
ความรัก article
ผลของพระวิญญาณบริสุทธ์ article
เทศนาเรื่อง รู้จักพระเยซูที่เราเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ผู้ที่เราควรกลัว article
เทศนาเรื่อง แบบอย่างชีวิตที่เลือกทางที่ถูกต้อง article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ถ้าการฟื้นจากตายไม่มี article
เทศนาเรื่อง จงเที่ยวหาผู้ที่หลงหาย article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่เต็มไปด้วยการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่จะพอใจ article
เทศนาเรื่อง รักพระเจ้าต้องรักพี่น้อง article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่ดีรอบคอบ article
เทศนาเรื่อง ฉันจะไปบอก article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 3 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 2 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ article
เทศนาเรื่อง ให้มีจิตใจปรองดองกัน article
เทศนาเรื่อง ความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี article
เทศนาเรื่อง ท่าทีที่ถูกต้องต่อผู้นำฝ่ายวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เข้มแข็ง article
คำเทศนาเรื่อง ให้เราเชื่ออย่างถูกต้อง article
sermon D 06 article
sermon C 06 article
sormon B 06 article
sermon A 06 article
new book
Headline
Headline
TEST TYRANNUS



Copyright © 2010 All Rights Reserved.