ReadyPlanet.com
dot
dot
แจ้งเพื่อรับข่าวสารจากเรา

dot
dot
ทีรันนัสดอทคอม
dot
bulletสารจากผู้อำนวยการ
bulletประวัติทีรันนัส
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
bulletสมุดเซ็นเยี่ยม
bulletข่าวสารจากทีรันนัส
dot
หนังสือแยกเป็นหมวดหมู่
dot
bulletหมวด คริสเตียนศึกษา
bulletหมวด การเทศนา
bulletหมวด อธิบายพระคัมภีร์
bulletหมวด คู่มือศึกษาพระคัมภีร์
bulletหมวด เพิ่มพูนคริสตจักร
bulletหมวด การสร้างสาวก
bulletหมวด การประกาศ-มิชชั่น
dot
สำนักพิมพ์ ทีรันนัส
dot
bulletสมัครเป็นสมาชิก
bulletสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย
bulletหนังสือใหม่ล่าสุด
bulletหนังสือขายดีติดอันดับ
bulletหนังสือพิมพ์ซ้ำ
bulletวิธีสั่งซื้อสินค้าจากเรา
bulletศูนย์รับแจ้งสินค้ามีปัญหา
bulletแนะนำร้านหนังสือคริสเตียน
dot
Phon Phaiboon Church
dot
bulletคำเทศนาของศิษยาภิบาล
bulletข่าวสารจากคริสตจักร
dot
เว็บอื่นๆ
dot
bulletLink ลิ้งค์ไปเว็บคริสเตียน
bulletwww.thaichristians.net


องค์การ gpinternational
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
เว็บข่าวสารคริสเตียนไทย ทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่แบ่งแยกคณะ บทความ  คำเทศนา  เรื่องสั้น  บทกลอน  แจกโฮมเพจเพื่อคริสตจักรในท้องถิ่น.... ฟังคำเทษนาออน์ไลน์  ลิ้งค์ไปเว็บต่างของคริสเตียนทั่วโลก   แหล่งซื้อขายของคริสเตียน  สิ่งดีๆที่คุณไม่ควรพลาดในเว็บไทยคริสเ
สมาคมพระคริสตธรรมไทย
คริสตจักรพรไพบูลย์


เทศนาเรื่อง ความอดกลั้นใจ article

กาลาเทีย 5.22-23

          ยุคปัจจุบันเป็นยุคแห่งความเร็วสูง   จะทำอะไรก็ตาม มักจะทำอย่างง่ายๆ และอย่างรวดเร็ว  เช่น อินเตอร์เนตต์ อิเมลล์ เฟสต์ฟูด   ที่เกาหลี มีรถไฟวิ่งเร็วมากชั่วโมงละ 290 กิโลเมตร และมีข่าวว่า มีโครงการรถไฟที่วิ่งเร็วชั่วโงละ 400 กิโลเตร   ความเร็วสูงทำให้ความอดกลั้นใจของคนปัจจุบันลดลงไปมาก   ขณะที่กำลังรออยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่ได้เปลี่ยนภายในห้าวินาที คนส่วนใหญ่ไม่พอใจ   เมื่อไฟสัญญาจราจรเปลี่ยนแล้วไม่ถึงหนึ่งวินาที แต่รถไม่ได้วิ่ง คนขับ รถคันที่ตามมาก็แสดงไม่พอใจ   เมื่อเราซื้อตั๋วอะไรก็ตาม จ่ายเงินแบงก์ใหญ่ ไม่ ได้รับเงินถอนภายใน 30 วินาที คนส่วนใหญ่รู้สึกอารมณ์ไม่ดีเลย   ถ้ารอลิฟประมาณ 3นาที ก็มีความรู้สึกไม่ค่อยดี   ถ้ารอรถแท็กซี่ประมาณ 5 นาที คนมัก จะเปลี่ยนใจ   ถ้าคนปัจจุบันหกล้มครั้งที่เจ็ด ไม่มีท่าทีที่จะลุกขึ้นอีก แต่มักจะนอนที่นั่นเลย  สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ไม่ค่อยอดทนนาน และไม่ชอบอดทน   
            ตามนิทานอีสป  มีห่านตัวหนึ่งที่ออกไข่เป็นทอง   ชาวนาคนหนึ่งได้เลี้ยงห่าน  วันหนึ่ง ห่านตัวหนึ่งได้ออกไข่เป็นทอง  ชาวนาคนนั้นเป็นเศรษฐีทันที   แต่เขาไม่พอใจที่ได้ไข่ทองวันละฟอง   เขาคิดว่าในท้องของห่านตัวนี้คงมีไข่ทองมากมาย เขาจึงตัดสินใจว่าจะฆ่าด้วยการผ่าตัดท้องของห่านตัวนี้ เพื่อจะได้ไข่ทองทั้งหมดในครั้งเดียว  เมื่อเขาได้ผ่าตัดท้องของห่านตัวนั้น ปรากฎว่าไม่มีทองอะไรเลย   เพราะความโลภของเขา เขาไม่ได้ไข่ทองอีกเลย  เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับคนในยุคนี้ที่ขาดความอดกลั้นใจและไม่ชอบที่จะอดทนนาน. 
           อย่างไรก็ตาม พระคัมภีร์บอกว่า ผู้ที่ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นจะดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ และได้ทำลายความต้องการของเนื้อหนัง แต่ได้สำแดงคุณความดีของพระองค์ คือ ความอดกลั้นใจ ซึ่งเป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ประการที่ สี่   ความอดกลั้นใจ คือความอดทนนาน หมายความว่า รอคอยถึงวันเวลาที่กำหนดไว้โดยไม่รีบร้อนและไม่โกรธ เหมือนดังที่ชาวนารอคอยฤดูเก็บเกี่ยว  ในเช้าวันนี้ อยากให้เราคิดถึงความอดกลั้นใจนี้

1. ความอดกลั้นใจเป็นพระลักษณะของพระเจ้า
          พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงอดทนนาน   คำว่า “ความอดกลั้นใจ”นี้ เป็นคำที่สองคำบวกเป็นคำเดียว คือ “อยู่ห่างไกล” กับ “ความโกรธ” หรือ “พิโรธ”   หมายความว่า พระเจ้าทรงโกรธความชั่วร้ายของมนุษย์ แต่ไม่ได้ทรงพิพากษามนุษย์ทันที    พระองค์ทรงรอคอยด้วยความอดทนจนกว่าเวลาที่พระ องค์ทรงกำหนดไว้   พระองค์ทรงอดกลั้นพระพิโรธของพระองค์ พระเจ้าทรงสำแดงความอดทนนานเพื่อมนุษย์  เมื่อพระองค์ทรงพิพากษามนุษย์ด้วยน้ำท่วมโลกในสมัยโนอาห์ “ซึ่งในกาลก่อนไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้า คราวเมื่อพระเจ้าทรงโปรดงดโทษไว้ในสมัยโนอาห์ ขณะที่ท่านกำลังต่อเรือใหญ่...”(1ปต.3.20)   เมื่อพระองค์ทรงพิพากษาเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์ด้วยไฟ   พระองค์ได้ทรงสำแดงความอดทนนานของพระองค์แก่มนุษย์  
           ผู้เขียนสดุดีกล่าวไว้ว่า “พระเจ้าทรงพระกรุณาและมีพระคุณ ทรงกริ้วช้าและ
อุดมด้วยความรักมั่นคง” (สดด.103.8)   พระคัมภีร์อีกตอนหนึ่งบอกว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิด แต่พระองค์ได้ทรงอดกลั้นพระทัยไว้ เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย (2 เปโตร 3.9)
 พระเยซูคริสต์ก็ได้ทรงสำแดงความอดกลั้นพระทัยของพระองค์ ในขณะที่ดำรงชีวิตอยู่ในโลกนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพระองค์ทรงแบกกางเขนเดินไป และเมื่อพระองค์ทรงถูกตรึงที่กางเขน   พระเยซูอดทนคนบาป พระองค์ทรงอดทนคนทรยศ  พระองค์ทรงอดทนคนกระทำชั่ว
            ทั้งพระเจ้าและพระเยซูคริสต์ได้ทรงสำแดงความอดกลั้นพระทัยของพระองค์ เราซึ่งเป็นลูกของพระองค์ก็ควรแสดงความอดกลั้นใจแก่คนอื่นด้วย   พระคัมภีร์บอกว่า “เหตุฉะนั้น ในฐานะที่เป็นพวกซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้ เป็นพวกที่บริสุทธิ์และเป็นพวกที่ทรงรัก จงสวมใจเมตตา ใจปรานี ใจถ่อมใจอ่อนสุภาพ ใจอดทนไว้นาน”(คส.3.12)   ความอดกลั้นใจเป็นสัญญาณสำหรับคริสเตียน   แท้ที่จริง มนุษย์เราทุกคนต้องการคุณความดีที่อดทนนานในการดำเนินชีวิตทุกด้าน เพราะ ไม่มีอะไรที่ทำแล้วสำเร็จได้ทันที ต้องใช้เวลา และประสบความยาก ลำบากบ่อยๆ  
 ยิ่งกว่านั้น คริสเตียนเราต้องอดทนต่อหลายสิ่งหลายอย่าง   ความเชื่อของเราเติบโตขึ้นทีละก้าวๆเรื่อยๆ   ไม่ใช่ในทันทีที่เราเชื่อพระเยซู แล้วเติบโตขึ้นเป็นผู้ ใหญ่ได้   เหมือนชาวนาที่ออกไปหว่านเมล็ดพืช แล้วต้องรอคอย ไม่ใช่เก็บเกี่ยวทันทีได้  
คริสเตียนมักจะประสบความทุกข์ทรมานมากมายเพราะเป็นคริสเตียน   พระคัภีร์บอกแล้วว่า “แท้จริงบรรดาคนที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้าในพระเยซูคริสต์จะถูกกดขี่ข่มเหง”(2ทธ. 3.12)   “...เราทั้งหลายจำต้องทนความยากลำบากมาก จึงจะได้เข้าในแผ่นดินของพระเจ้า”(กจ.14.22)
 การที่คริสเตียนประสบความทุกข์ทรมานนั้นไม่แปลกอะไรเลย เพราะพระเยซูคริสต์เจ้าของเราได้ทรงถูกทรมานที่กางเขน ทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดอะไร   เมื่อพระองค์ทรงประสบความทุกข์ทรมาน พระองค์ทำอย่างไร จึงชนะความทุกข์ ทรมานนั้นได้  นั่นคือ“อดทน”   พระคัมภีร์ได้บอกว่า “...พระองค์ได้ทรงอด ทนต่อกางเขน เพื่อความรื่นเริงยินดีที่ได้เตรียมไว้สำหรับพระองค์ ทรงถือว่า ความละอายนั้นไม่เป็นสิ่งสำคัญ...” (ฮบ.12.2)  และในข้อที่3 บอกว่า “ท่านทั้ง หลายจงคิดถึงพระองค์ผู้ได้ทรงยอมทนต่อคำคัดค้านของคนบาป เพื่อว่าท่านทั้ง หลายจะไม่รู้สึกท้อถอย”
            เราควรอดทนต่อทุกอย่าง แต่ต้องอดทนด้วยใจที่คิดถึงพระเจ้า   “เพราะว่าผู้ที่ได้รับความเห็นชอบว่าดีนั้น ก็ต่อเมื่อเขาเห็นแก่พระเจ้าและยอมอดทนต่อความทุกข์ที่ไร้ความเป็นธรรม” (2ปต.2.19)
           เราต้องการความอดทนนานในการประกาศและนำวิญญาณมาหาพระเยซู   เคยมีไหมที่เราแจกใบปลิวครั้งเดียว แล้วมีคนมาเชื่อ หรือบอกเขาว่า “จงเชื่อพระเยซู” ครั้งเดียว แล้วมีคนกลับใจ  คงไม่มีเลย   เมื่อโมเสสไปหากษัตรย์ฟาโรห์เพื่อจะนำชนชาติอิสราเอลออกจากยีอิปต์ ครั้งเดียวแล้ว ประสบความสำเร็จไหม  ไม่  ไปหากษัตริย์กี่ครั้ง  ใช่แล้วสิบครั้ง 
           เมื่อมิชชันนารีไปประกาศที่แอฟริกาตะวันตก ต้องใช้เวลาและอดทนนานถึง 14ปี แล้วได้คนหนึ่งที่กลับใจใหม่  ที่แอฟริกาตะวันออก 10 ปี และที่ประเทศนิวซีแลนด์ 9ปี   วิลเลียม เครี่ ไปประกาศที่อินเดีย ต้องอดทนถึง 7ปี แล้วได้คนหนึ่งที่เชื่อพระเยซู   ประเทศไทยนั้นเป็นอย่างไร มิชชันนารีอเมริกา คณะเพรสไบทีเรียนต้องอดทนและใช้เวลา 19 ปี แล้วได้ให้คนหนึ่งรับบัพติศมาเป็นคนแรก   การประกาศและนำวิญญาณของคนที่ยังไม่เชื่อให้มาเชื่อพระเยซูนั้นต้องการความอดทนอย่างสูง 
            มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้แต่งงานกับคนที่ไม่เป็นคริสเตียน ก่อนแต่งงาน ผู้ชายได้สัญญาว่า เมื่อแต่งงานแล้ว จะเชื่อพระเยซู  แต่เมื่อได้แต่งงานแล้ว ไม่เชื่อพระเยซู ยิ่งกว่านั้น ได้ข่มเหงภรรยาโดยอ้างว่าเป็นคริสเตียน  ผู้หญิงคนนี้ได้ตั้งเป้าว่าจะนำสามีมาหาพระเยซู จึงตั้งใจว่า สามีจะพูดอย่างไร หรือทำอะไร จะตอบด้วยการยิ้ม  เมื่อสามีเมาเหล้าและนอนหลับอยู่ ก็ถอดถุงเท้าให้ เมื่อทะเลาะกันอย่างหนักเท่าไหร่ก็ตาม วันรุ่งขึ้น ได้ทำน้ำผลไม้ให้ดื่มทุกวันโดยไม่ขาดเลย  การประกาศกับสามีนั้น คงไม่ง่าย ต้องพยายามหลายอย่างและต้องอดทนนาน เมื่อมองเห็นสามีที่มีใจแข็งและไม่มีท่าทีที่จะเชื่อพระเยซู ก็เกิดจิตใจที่จะยกเลิกทุกอย่างและหนีไปไกล ดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างมีอิสระโดยอยู่คนเดียว บอกกับพระเจ้าว่า “พระเจ้าข้า การที่จะนำวิญญาณของสามีนั้น เกินกำลังของข้าพระองค์”   แต่เมื่อคิดอีกครั้งว่า เมื่อไปพบกับพระเยซูในวันสุดท้าย คงไม่สามารถที่จะเงยหน้ามอง ดูพระองค์ได้ ถ้าไม่ได้นำวิญญาณของคนในครอบครัวที่อยู่ใกล้ที่สุด  เขาจึงตัด สินใจใหม่ ได้ละทิ้งความโลภของตน  อธิษฐานกับพระเจ้าและได้ปรนนิบัติสามีด้วยใจอดทนนานถึง 15 ปี แล้วได้ชนะใจของสามี  สามีบอกว่า “ฉันจะไปโบสถ์กับเธอ” 
 
2. ทำอย่างไร จึงอดทนนานได้
            เรารู้ดีแล้วว่า เราควรอดทนต่อทุกคนและต่อทุกอย่าง   แต่เรายอมรับว่า ด้วยความพยายามของเรา เราอาจอดทนได้ระดับหนึ่งเท่านั้น   เราจึงพูดกันว่า อดทนไม่ไหว   แต่ถ้าเราเชื่อว่า พระเจ้าทรงเลือกเราไว้และทรงรักเรา เราควรอดทนในการดำเนินชีวิตคริสเตียนทั้งภายในคริสตจักรและภายนอกคริสตจักรด้วย พระคัมภีร์บอกไว้แล้วว่า “คือจงมีใจถ่อมลงทุกอย่างและใจอ่อนสุภาพอดทนนาน และอดกลั้นต่อกันและกันด้วยความรัก” (อฟ.4.2)    เมื่อเราอดทนนานซึ่งกันและกัน เราจะสำแดงพระลักษณะของพระเจ้าให้คนอื่นเห็นได้   ครอบครัวเราจะแข็งแรงและมั่นคง และคริสตจักรของเราจะมีชีวิตชีวาได้    มีคำถามที่เกิดขึ้นก็คือ เราจะอดทนนานได้อย่างไร 
           เราจะอดทนนานได้เมื่อเรามีความรัก  “ความรักนั้นก็อดทนนาน... และทนต่อทุกอย่าง”(1 คร.13.4, 7)   ความอดทนเป็นการสำแดงความรัก  คริโสซโทมได้กล่าวไว้ว่า “คนที่ได้รับความเสียหายหรือโดนด่าจากคนอื่น แต่ไม่ได้แก้แค้น ทั้งๆที่มีกำลังพอที่จะแก้แค้นได้ นี่คือความอดทนแห่งความรัก ซึ่งลงมาจากเบื้องบน”   ความอดทนนานเกิดจากความรัก พระเจ้าทรงสำแดงความอดกลั้นพระทัยของพระองค์เพราะพระองค์ทรงรักมนุษย์เรา   พระเยซูทรงอดทนนานถึงสิ้นพระชนม์ที่กางเขน เพราะพระองค์ทรงรักคนบาปอย่างเราเช่นเดียวกัน    แน่ นอน ความรักที่นี่ คือความรักแบบอากาเป้  ความรักของพระเจ้าที่ไม่มีเงื่อนไข
          เราจะอดทนนานได้เมื่อเรามีความยินดี  “...ขอให้ท่านมีความทรหดที่สุด และความอดทนไว้นานด้วยความยินดี” (คส. 1.11) เราจะอดทนนานได้เมื่อเรามีความหวัง   “เราได้รำลึกถึง...ความพากเพียรซึ่งเกิดจากความหวังในพระเยซูคริสตเจ้าของเรา” (1ธส.1.3)  
          ความรักและความยินดีเป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์   เพราะฉะนั้นความอดกลั้นใจก็เป็นผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์เช่นกัน   ความตั้งใจหรือความพยายามของเราเองนั้นไม่สามารถที่จะทำให้เกิดความอดทนนานได้  แต่เมื่อเราดำเนินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์ทรงทำให้เกิดความอดทนนาน   ถ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำงานในใจของเรา เราก็อดทนนานได้  
           พี่น้องที่รัก   เราทุกคนเหมือนกันยากที่จะอดทนนาน เปโตรเป็นคนที่ใจร้อน ยอห์นก็เป็นคนเช่นเดียวกัน  แต่เมื่อเขาได้รับพระคุณแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ เขาได้กลายเป็นคนที่อดทนนานได้   มีใครบ้างที่รู้สึกยากที่จะอดทนนานได้ อดทนไม่ไหวในเวลานี้ อย่าให้มีความรู้สึกหมดหวัง แต่ให้อธิษฐาน  พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเทฤทธิ์เดชของพระองค์แก่เรา   ฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะเปลี่ยนบุคลิกลักษณะของเราให้อดทนนานได้   เทอร์ทูเลียนได้บอกว่า “การอดทนทำให้ผู้หญิงสวยงาม และให้ผู้ชายมีคุณความดี   ความอดทนของเยาวชนได้รับความรัก ความอดทนของอนุชนได้รับคำชมเชย และความอดทนของผู้สูงอายุได้รับความเคารพนับถือ”





คำเทศนาเรื่อง สุขสันต์วันคริสตมาส article
คำเทศนา ท่าทีที่ถูกต้องต่อพระเยซูคริสต์ในวันคริสตมาส article
คำเทศนาเรื่อง เหรียญทองแห่งความเชื่อ article
คำเทศนาเรื่อง ให้ทุกคนสรรเสริญพระเจ้า article
เทศนาเรื่อง รู้จักการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง เจ้ารักเราหรือ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีสองปีก article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีชีวิตชีวา article
คำเทศนาเรื่อง จงมาดูและรีบไปบอก article
คำเทศนาเรื่อง คริสตจักรที่รักซึ่งและกัน article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เพิ่มพูนทวีคูณ article
เทศนาเรื่อง ผล 9 อย่างของพระวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง การรู้จักบังคับตน article
คำเทศนาเรื่อง ความสุภาพอ่อนน้อม article
คำเทศนาเรื่อง เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ article
เทศนาเรื่อง ความสัตย์ซื่อ article
เทศนาเรื่อง ความดี article
เทศนาเรื่อง การวางใจที่ได้รับพระพร article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ความปรานี article
เทศนาเรื่อง สันติสุข article
เทศนาเรื่อง ความปลาบปลื้มใจ article
ท่าทีการรับใช้ที่พระเจ้าชอบพระทัย article
เทศนาเรื่อง ผู้เชื่อที่รอคอย article
เทศนาเรื่อง จงอุตส่าห์สอนลูกหลานของท่าน article
ความรัก article
ผลของพระวิญญาณบริสุทธ์ article
เทศนาเรื่อง รู้จักพระเยซูที่เราเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ผู้ที่เราควรกลัว article
เทศนาเรื่อง แบบอย่างชีวิตที่เลือกทางที่ถูกต้อง article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ถ้าการฟื้นจากตายไม่มี article
เทศนาเรื่อง จงเที่ยวหาผู้ที่หลงหาย article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่เต็มไปด้วยการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่จะพอใจ article
เทศนาเรื่อง รักพระเจ้าต้องรักพี่น้อง article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่ดีรอบคอบ article
เทศนาเรื่อง ฉันจะไปบอก article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 3 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 2 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ article
เทศนาเรื่อง ให้มีจิตใจปรองดองกัน article
เทศนาเรื่อง ความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี article
เทศนาเรื่อง ท่าทีที่ถูกต้องต่อผู้นำฝ่ายวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เข้มแข็ง article
คำเทศนาเรื่อง ให้เราเชื่ออย่างถูกต้อง article
sermon D 06 article
sermon C 06 article
sormon B 06 article
sermon A 06 article
new book
Headline
Headline
TEST TYRANNUS



Copyright © 2010 All Rights Reserved.