ReadyPlanet.com
dot
dot
แจ้งเพื่อรับข่าวสารจากเรา

dot
dot
ทีรันนัสดอทคอม
dot
bulletสารจากผู้อำนวยการ
bulletประวัติทีรันนัส
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
bulletสมุดเซ็นเยี่ยม
bulletข่าวสารจากทีรันนัส
dot
หนังสือแยกเป็นหมวดหมู่
dot
bulletหมวด คริสเตียนศึกษา
bulletหมวด การเทศนา
bulletหมวด อธิบายพระคัมภีร์
bulletหมวด คู่มือศึกษาพระคัมภีร์
bulletหมวด เพิ่มพูนคริสตจักร
bulletหมวด การสร้างสาวก
bulletหมวด การประกาศ-มิชชั่น
dot
สำนักพิมพ์ ทีรันนัส
dot
bulletสมัครเป็นสมาชิก
bulletสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย
bulletหนังสือใหม่ล่าสุด
bulletหนังสือขายดีติดอันดับ
bulletหนังสือพิมพ์ซ้ำ
bulletวิธีสั่งซื้อสินค้าจากเรา
bulletศูนย์รับแจ้งสินค้ามีปัญหา
bulletแนะนำร้านหนังสือคริสเตียน
dot
Phon Phaiboon Church
dot
bulletคำเทศนาของศิษยาภิบาล
bulletข่าวสารจากคริสตจักร
dot
เว็บอื่นๆ
dot
bulletLink ลิ้งค์ไปเว็บคริสเตียน
bulletwww.thaichristians.net


องค์การ gpinternational
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
เว็บข่าวสารคริสเตียนไทย ทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่แบ่งแยกคณะ บทความ  คำเทศนา  เรื่องสั้น  บทกลอน  แจกโฮมเพจเพื่อคริสตจักรในท้องถิ่น.... ฟังคำเทษนาออน์ไลน์  ลิ้งค์ไปเว็บต่างของคริสเตียนทั่วโลก   แหล่งซื้อขายของคริสเตียน  สิ่งดีๆที่คุณไม่ควรพลาดในเว็บไทยคริสเ
สมาคมพระคริสตธรรมไทย
คริสตจักรพรไพบูลย์


เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ article

ฟีลิปปี 4.4-7

          ไม่ว่าเป็นใคร มีอาชีพอะไรก็ตาม เราทุกคนปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ อะไรเป็นเคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ อจ.เปาโลได้กล่าวถึงเคล็ดลับ 3 ประการไว้ที่นี้ และวันนี้ ข้าพเจ้าจะพูดถึงประการแรก คือความชื่นชมยินดี ในข้อที่ 4 บอกว่า “จงชื่นชมยินดี”
         
คนที่ยิ้มแย้มและชื่นชมยินดีเสมอได้นั้นมักจะเข้มแข็ง ความชื่นชมยินดีและความยิ้มแย้มเป็นยารักษาโรคหลายอย่างโดยการสร้างและเพิ่มเอ็นดอร์ฟิน กลุ่มสารที่เกิดในสมอง ซึ่งช่วยยับยั้งความเจ็บปวด มีข่าวว่า ช่วยรักษาโรคจิตซึมเศร้า โรคนอนไม่หลับ และโรคกระเพาะให้หายได้ ไม่เพียงแค่นั้น เมื่อยิ้มแย้มมากขึ้น บรรยากาศก็ดีขึ้นตามไป ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นในการทำงาน เมื่อเราโกรธ ทำให้เกิดความเป็นพิษในร่างกายของเรา แต่ถ้าเรายิ้มแย้มเจ่มใส่ ทำให้ความเป็นพิษในร่างกายของเราออกไป ความยิ้มแย้มได้สร้างสันติ และทำให้ใบหน้าของเราสว่างขึ้นและสดชื่น ความยิ้มแย้มได้ช่วยลดความอ้วนหน้าท้องได้ด้วย
          
คนเรามักจะชื่นใจได้เมื่อไร เรามักจะชื่นใจเมื่อการทำงานเป็นไปได้ดี เราชื่นใจเมื่อเราได้เงินที่ไม่ได้คาดหวัง หรือลูกของเราได้เข้าเรียนในโรงเรียนทีดี ในขณะที่ชมรายการหรือละครตลอดจากโทรทัศน์ เรามักจะหัวเราะ แต่ความชื่นชมยินดีแบบนี้ชั่วคราว ไม่ได้เป็นถาวร บางครั้งหัวเราะ บางครั้งเบื่อหน่ายด้วย
         
เมื่อพระคัมภีร์บอกว่า จงชื่นชมยินดีเสมอ ไม่ได้หมายถึงความชื่นชมยินดีชั่วคราว แต่หมายถึงความชื่นชมยินดีถาวร พระธรรมฟีลิปปีที่เปาโลเขียนไว้นั้นพูดถึงความชื่นชมยินดีบ่อยมากจนเรียกได้ว่า จดหมายแห่งความชื่นชมยินดี ตามพระคัมภีร์ฉบับภาษาไทย เท่าที่ข้าพเจ้านับคำว่า ความชื่นชมยินดีในคำนามหรือในคำกิริยาในพระธรรมฟีลิปปี 14 ครั้ง (ฉบับภาษาเกาหลี 18 ครั้ง)
        
ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาแห่งความชื่นชมยินดี พระเยซูทรงชื่นชมยินดีโดยพระวิญญาณบริสุธิ์ เปาโลก็ได้ชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า และได้ท้าทายเราในวันนี้ว่า จงชื่นชมยินดี ไม่ใช่พูดครั้งเดียวแต่เราเห็นได้ว่า พระคัมภีร์ได้พูดซ้ำ จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดี ใน2.18 ก็ใช้คำสั่งที่พูดสองครั้ง ซึ่งท่านก็ควรจะยินดีและชื่นชมด้วยกันกับข้าพเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน ใน 3.1 ก็กล่าวไว้ในอาการเดียวกัน ... ขอให้พวกพี่น้องของข้าพเจ้า ชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า การที่ข้าพเจ้าเขียนข้อความเหล่านี้ถึงท่านซ้ำอีก ก็หาเป็นการลำบากแก่ข้าพเจ้าไม่ และเป็นปลอดภัยสำหรับท่านด้วย หมายความว่า การที่เรา ซึ่งเป็นธรรมิกชนดำเนินชีวิตดวยความชื่นชมยินดีเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า
          
คำว่า “ความชื่นชมยินดี” ที่นี่ หมายถึงการกระทำที่ได้เป็นนิสัย พูดอีกนัยหนึ่งว่า เป็นชีวิตที่ความชื่นชมยินดีซึมซาบ เนื่องด้วยว่า พระเยซูบัญชาให้เราชื่นชมยินดี เราควรดำเนินชีวิตด้วยความชื่นชมยินดี ดังนั้น ความชื่นชมยินดีเป็นวิชาบังคับสำหรับคริสเตียน ไม่ใช่วิชาเลือก
         
ยิ่งกว่านั้น พระวจนะของพระเจ้าสำหรับวันนี้บอกว่า จงชื่นชมยินดีทุกเวลา ถึงแม้ว่า คริสเตียนที่ได้รับความรอดแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะเสียความชื่นชมยินดีได้ในการดำเนินชีวิตแต่ละวัน บางครั้ง เราเสียความชื่นชมยินดีได้เพราะมีงานมากเกินไป บางครั้งเพราะมนุษยสัมพันธ์กันที่ไม่ค่อยถูกกัน บางครั้งเพราะความยากลำบากที่เราเผชิญหน้า หรือบางครั้งเพราะกระทำผิด ในข้อที่ 4 บอกว่า
“ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดี” ก็หมายถึง เมื่อเราไม่มีความชื่นชมยินดี ให้เราหยุดสิ่งที่เราทำครู่หนึ่ง ตรวจดูว่า ทำไมไม่มี และต้องทำให้ความชื่นชมยินดีกลับคืนมาอีก ถ้าเราไม่มีเวลาที่จะอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์เพราะไม่ว่าง เราควรจัดเวลาตามลำดับก่อนหลังอย่างมีสติปัญญาให้มีเวลาที่จะอธิษฐานและอ่านพระคัมภีร์ได้ ถ้าเราตกในความบาป เราต้องสารภาพความบาปและได้รับการเปลี่ยนชีวิต ถ้ามีปัญหาในมนุษยสัมพันธ์กัน เราควรขอสติปัญญาจากพระเจ้า เมื่อพระคัมภีร์กล่าวว่า จงชื่นชมยินดี แต่เราไม่เชื่อฟัง โกรธอย่างต่อเนื่องและอยู่ในสภาวะเฉยๆ อาจเกิดความเจ็บปวดก็ได้ แล้วไปหาหมอ หมออาจบอกว่า เกี่ยวกับประสาท ยาที่จะรักษาอาการเหล่านี้ก็ไม่ค่อยมีด้วย เมื่อคริสเตียนโกรธอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสที่จะเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าคนที่ไม่เป็น คริสเตียนด้วยซ้ำ เพราะว่าไม่เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า เพราะฉะนั้น เราควรเชื่อฟังและดำเนินชีวิตด้วยความชื่นชมยินดี     เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ทำอย่างไร เราจึงดำเนินชีวิตด้วยความชื่นชมยินดีได้

1. ความชื่นชมยินดีที่แท้จริงมาจากการพบกับพระเยซู (4.4 ก)
          “จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า” เปาโล ผู้เขียนจดหมายฉบับนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่จะชื่นชมยินดีได้ เปาโลไม่มีครอบครัว เงินทอง สุขภาพ บ้านเรือน และอำนาจอะไรทั้งสิ้น หลังจากที่พบพระเยซูบนเส้นทางไปเมืองดามัสกัสแล้ว ได้ดำ เนินชีวิตเพื่อข่าวประเสริฐ ได้เผชิญกับความยากลำบาก ทนทุกข์ทรมานมาตลอดเวลา เหมือนอย่างนักเดินทาง ประกาศข่าวประเสริฐที่นี่ในวันนี้ ไปที่โน้นในวันพรุ่งนี้ ในขณะที่เขียนจดหมายฉบับนี้ ก็ได้ถูกจำจองอยู่ในเรือนจำที่กรุงโรมในฐานะเป็นนักโทษด้วยข้อหาการประกาศข่าวประเสริฐ ท่านกำลังอยู่ในเรือนจำที่มืดมัวและหนาว ไม่มีอิสระเสรีภาพ ไม่สามารถทานอาหารตามความนิยม คงเป็นไปได้ว่า จิตใจของท่านเต็มไปด้วยความหมดหวังและความแค้น ไม่มีอะไรที่น่าชื่นใจ ถึงกระนั้น เปาโลได้ชื่นชมยินดี ใน1.4 เราเห็นเปาโลที่อธิษฐานเผื่อธรรมิกชนด้วยความชื่นชมยินดีในขณะที่อยู่ในเรือนจำ ใน1.18 เปาโลกล่าวว่า “แต่เขาก็ได้ประกาศพระคริสต์ ในการนี้ทำให้ข้าพเจ้ามีความยินดี (ใช่แล้ว ข้าพเจ้าจะชื่นชมยินดี)” (Christ is proclaimed, and in this I rejoice. Yes, and I will rejoice).
          
สาเหตุที่เปาโลชื่นชมยินดีเช่นนี้ได้ ก็เพราะได้มองดูพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นเจ้าแห่งชีวิตและความหวัง แทนที่จะมองดูสถานการณ์ที่หมดหวังในขณะนั้น ท่านได้ดำเนินชีวิตโดยมีพระเยซูทรงเป็นศูนย์กลางในชีวิตทุกด้าน ท่านไม่เสียความชื่นชมยินดีถึงแม้ว่าตกอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ตรงกันข้าม สามารถที่จะชื่นชมยินดีมากขึ้นเพราะความทุกข์ทรมาน ประกอบด้วยความชื่นชมยินดี เพราะท่านเชื่อมั่นว่า ความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบันไม่สมควรที่จะเอาไปเปรียบกับศักดิ์ศรี ซึ่งจะเผยให้แก่เราทั้งหลาย(โรม8.18)
         
เมื่อเปาโลได้ประสบความชื่นชมยินดีอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว ได้หันกลับมาหนุนใจ คริสเตียนชาวฟีลิปปีให้ชื่นชมยินดีเสมอในองค์พระผู้เป็นเจ้า ถึงแม้ว่าเราตกอยู่ในความทุกข์ยากลำบาก แต่ยังชื่นชมยินดีได้ ก็เพราะพระเยซู ถ้าเรามองดูแต่สภาพปัจจุบันเท่านั้น ไม่สามารถที่จะชื่นชมยินดีได้ เพราะความชื่นชมยินดีแท้ไม่ได้มาจากสถานการณ์ หรือการมีบางสิ่งบางอย่าง แต่มาจากความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเยซู ความ ชื่นชมยินดีที่แท้จริงอยู่ในพระเยซู คนที่เชื่อว่า พระเยซูทรงเป็นแหล่งที่มาของความชื่นชมยินดี สามารถที่จะร้องเพลงเหมือนอย่างผู้เผยพระวจนะฮาบากุกได้ ดังต่อไปนี้
          
แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอกและไม่มีฝูงวัวที่ในโรง ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า(ฮบก 3.17-18)

2. ความชื่นชมยินดีมาจากความรักของธรรมิกชน (4.10)
         
ข้าพเจ้ามีใจชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่ง เพราะว่าในที่สุดท่านก็ได้ฟื้นการระลึกถึงข้าพเจ้าอีก... เปาโลได้ชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในความรักของธรรมิกชนด้วย  สมาชิกคริสตจักรฟีลิปปี ก็รักเปาโลผู้ที่นำข่าวประเสริฐมาประกาศให้ ด้วยการ อธิษฐานเผื่อและถวายทรัพย์เพื่อพันธกิจที่เปาโลได้รับมอบหมาย เมื่อเปาโลออกไปจากเมืองฟีลิปปีและไปประกาศที่เมืองเธสะโลนิกา ก็ได้ถวายทรัพย์และส่งไปให้กับเปาโลหลายครั้ง ดังนั้น ทุกครั้งที่เปาโลระลึกถึงสมาชิกคริสตจักรฟีลิปปี ก็ขอบพระ คุณพระเจ้า แล้วอธิษฐานเผื่อพวกเขาด้วยความชื่นชมยินดี ยิ่งกว่านั้น เมื่อสมาชิกคริสตจักรฟีลิปปีได้ยินว่า เปาโลได้ถูกจำจองอยู่ที่กรุงโรมเพราะประกาศข่าวประเสริฐ พวกเขาได้ให้ศิษยาภิบาล คือเอปาโฟรดิทัสไปหาเปาโลที่กรุงโรมพร้อมฝากทรัพย์ที่พวกเขาถวาย และให้ดูแลเปาโล เปาโลชื่นชมยินดีมาก จึงเรียกสมาชิกคริสตจักรฟีลิปปีว่า เป็นที่ยินดีของข้าพเจ้า และยิ่งกว่านั้น เปาโลได้กล่าวถึงทรัพย์ที่พวกเขาฝากมาว่า เป็นกลิ่นหอม เป็นเครื่องบูชาที่ทรงโปรดและพอพระทัยของพระเจ้า (4.18)    เหมือนอย่างเปาโลกับสมาชิกคริสตจักรฟีลิปปี เราก็ดำเนินชีวิตด้วยความชื่นชมยินดีได้ เมื่อเราอยู่ในความรักและความสามัคคีธรรมของพี่น้องในพระคริสต์ เพราะเราทุกคนเป็นครอบครัวของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซู เราได้กลายเป็นพี่น้องในพระเยซูคริสต์ เราต่างก็สามารถที่จะมีประสบการณ์ฝ่ายวิญญาณและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้ แต่พระคัมภีร์เน้นถึงการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ผ่านทางคริสตจักรส่วนรวมมาก กว่าส่วนบุคคล พระคัมภีร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จดหมายฝากของเปาโลใช้คำว่า ซึ่งกันและกันนี้บ่อยมาก ดังนั้น เมื่อเรามานมัสการพระเจ้าร่วมกัน เราควรสร้างบรรยากาศให้เป็นการพบที่แบ่งความเศร้าโศกและความทุกข์แห่งชีวิตให้เบาลง และเพิ่มความชื่นชมยินดีเป็นสองเท่า เพราะเหตุนี้ เราควรคิดว่า เราไม่ควรทำอะไร และเราควรทำอะไร เพื่อจะเป็นความชื่นชมยินดีซึ่งกันและกันได้  เราไม่ควรรู้สึกเสียใจโดยคิดว่าคนอื่นไม่ได้ทำอย่างนี้แก่เรา หรือไม่ควรบ่นว่าทำไมเขาทำสิ่งที่ไม่ควรแก่เรา เราควรทำสิ่งที่พระคัมภีร์บอกว่าควรทำก่อน และเราไม่ควรทำสิ่งที่พระคัมภีร์บอกว่าไม่ควรทำ ถ้าไม่อย่างนั้น คนที่เสียเปรียบ ไม่ใช่คนอื่น แต่ตัวเอง ขอให้เราทำสิ่งที่ควรทำซึ่งกันและกัน และอย่าทำสิ่งที่ไม่ควรทำซึ่งกันและกัน แล้วเราจะเป็นความชื่นชมยินดีซึ่งกันและกัน และความชื่นชมยินดีนั้นเต็มเปี่ยม

3. ความชื่นชมยินดีแท้มาจากการปรนนิบัติรับใช้ตามการทรงเรียก
           
ถึงแม้ว่าเปาโลถูกจำจองอยู่ แต่ไม่สามารถที่จะหยุดดำเนินชีวิตตามที่พระเจ้าทรงมอบให้ทำ ถึงแม้ว่าอยู่ในเรือนจำ แต่ก็ประกาศข่าวประเสริฐด้วยการพูด ด้วยการเขียนจดหมาย ด้วยการกระทำและด้วยชีวิต ทำให้บางคนในครอบครัวและในพวกข้าราชการของจักรพรรดิ์ซีซาร์ได้ต้อนรับเชื่อพระเยซู การที่เปาโลถูกจำจองอยู่นั้นได้กลับเป็นเหตุให้ข่าวประเสริฐแผ่แพร่กว้างออกไปและเปาโลได้ชื่นชมยินดีเพราะข่าวประเสริฐได้แผ่แพร่กว้างออกไปเช่นนี้
           
ความชื่นชมยินดีแท้มาจากการทำงานหนัก ผู้เขียนปัญญาจารย์ได้กล่าวไว้ว่า และว่าเป็นของประทานจากพระเจ้าแก่มนุษย์ที่จะให้มนุษย์ได้กินดื่มและเพลิด เพลินในบรรดาการงานของเขา(ปัญญาจารย์ 3.13) คนที่ชอบที่จะกินดื่มโดยไม่ได้ทำงานนั้นคงไม่รู้จักความชื่นชมยินดีที่แท้จริง เพราะมนุษย์ได้ถูกสร้างขึ้นให้เพลิด เพลินโดยการทำงานของตน ดังนั้นผู้เขียนสดุดีก็สารภาพว่า ขอให้บรรดาผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา ได้เกี่ยวด้วยเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบาน ผู้ที่ร้องไห้ออกไปหอบหิ้วเมล็ดพืชเพื่อจะหว่าน จะกลับบ้านด้วยเสียงโห่ร้องอย่างชื่นบานนำฟ่อนข้าวของตนมาด้วย(สดุดี 126.5-6)
          
การหว่านเมล็ดพืชก็เปรียบเหมือนการประกาศข่าวประเสริฐ เมื่อเรานำวิญญาณของคนหนึ่งให้มารับเชื่อพระเยซู พระเจ้าพอพระทัย และให้เราชื่นชมยินดีด้วย เพื่อจะให้เรามีความชื่นชมยินดีอย่างเต็มเปี่ยม พระเยซูทรงบัญชาให้เราออกไปประกาศและเป็นพยานฝ่ายพระองค์จนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก ดังนั้นคนที่เชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์ และทำงานหนักเพื่อจะช่วยวิญญาณของคนที่กำลังตายไปอยู่เพราะความบาปให้รอดด้วยชีวิต ด้วยเงินทองและด้วยการอธิษฐานจะมีความชื่นชมยินดีมากกว่าคนอื่นๆ เปาโลทำงานหนักกว่าคนอื่น และถูกข่มเหงมากกว่าคนอื่นเพื่อข่าวประเสริฐ จึงสามารถที่จะชื่นชมยินดีมากกว่าคนอื่น
          
สาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้คริสเตียนปัจจุบันไม่ค่อยมีความชื่นชมยินดีเท่าที่ควร คือความกระตือรือร้อนในการประกาศเย็นลง ตามการสำรวจเกี่ยวกับความเข้มแข็งของคริสตจักร ถามกับศิษยาภิบาล 259 คนว่า มีสมาชิกที่ออกไปประกาศจริงๆมากน้อยแค่ไหน 70.9
%ตอบว่า มีน้อยมาก และ8.8%ตอบว่า เกือบไม่มี ผลการสำรวจนี้ให้เห็นว่า คริสเตียนปัจจุบันไม่ค่อยเชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์เท่าที่ควร ทำให้ไม่ค่อยมีความชื่นชมยินดีในการดำเนินชีวิต
           
ความชื่นชมยินดีเป็นนิสัย หรือรูปแบบของการดำเนินชีวิต คนที่ดำเนินชีวิตอย่างซึมเศร้า ก็จะดำเนินชีวิตอย่างนั้นตลอดไป แต่คริสสเตียนเป็นคนที่ชื่นชมยินดีทุกเวลาได้แม้อยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม เราชื่นชมยินดีได้เมื่อเราอยู่ในองค์พระผูเป็นเจ้า เราชื่นชมยินดีได้เมื่อเราสามัคคีธรรมอย่างแท้จริงกับพี่น้องคนอื่นๆ และรักษาความสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ เราชื่นชมยินดีได้เมื่อเราทำงานตามหน้าที่ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเราประกาศข่าวประเสริฐ นำคนอื่นมาให้รับเชื่อ แล้วนิสัยและรูปแบบของการดำเนินชีวิตของเราจะเปลี่ยนไปเป็นนิสัยที่ยิ้มแย้มและชื่นชมยินดีได้ ความชื่นชมยินดีนี้เป็นความสวยงามและความสุขแท้และเป็นพระพร ให้เราชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา





คำเทศนาเรื่อง สุขสันต์วันคริสตมาส article
คำเทศนา ท่าทีที่ถูกต้องต่อพระเยซูคริสต์ในวันคริสตมาส article
คำเทศนาเรื่อง เหรียญทองแห่งความเชื่อ article
คำเทศนาเรื่อง ให้ทุกคนสรรเสริญพระเจ้า article
เทศนาเรื่อง รู้จักการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง เจ้ารักเราหรือ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีสองปีก article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีชีวิตชีวา article
คำเทศนาเรื่อง จงมาดูและรีบไปบอก article
คำเทศนาเรื่อง คริสตจักรที่รักซึ่งและกัน article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เพิ่มพูนทวีคูณ article
เทศนาเรื่อง ผล 9 อย่างของพระวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง การรู้จักบังคับตน article
คำเทศนาเรื่อง ความสุภาพอ่อนน้อม article
คำเทศนาเรื่อง เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ article
เทศนาเรื่อง ความสัตย์ซื่อ article
เทศนาเรื่อง ความดี article
เทศนาเรื่อง การวางใจที่ได้รับพระพร article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ความปรานี article
เทศนาเรื่อง ความอดกลั้นใจ article
เทศนาเรื่อง สันติสุข article
เทศนาเรื่อง ความปลาบปลื้มใจ article
ท่าทีการรับใช้ที่พระเจ้าชอบพระทัย article
เทศนาเรื่อง ผู้เชื่อที่รอคอย article
เทศนาเรื่อง จงอุตส่าห์สอนลูกหลานของท่าน article
ความรัก article
ผลของพระวิญญาณบริสุทธ์ article
เทศนาเรื่อง รู้จักพระเยซูที่เราเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ผู้ที่เราควรกลัว article
เทศนาเรื่อง แบบอย่างชีวิตที่เลือกทางที่ถูกต้อง article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ถ้าการฟื้นจากตายไม่มี article
เทศนาเรื่อง จงเที่ยวหาผู้ที่หลงหาย article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่เต็มไปด้วยการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่จะพอใจ article
เทศนาเรื่อง รักพระเจ้าต้องรักพี่น้อง article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่ดีรอบคอบ article
เทศนาเรื่อง ฉันจะไปบอก article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 3 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 2 article
เทศนาเรื่อง ให้มีจิตใจปรองดองกัน article
เทศนาเรื่อง ความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี article
เทศนาเรื่อง ท่าทีที่ถูกต้องต่อผู้นำฝ่ายวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เข้มแข็ง article
คำเทศนาเรื่อง ให้เราเชื่ออย่างถูกต้อง article
sermon D 06 article
sermon C 06 article
sormon B 06 article
sermon A 06 article
new book
Headline
Headline
TEST TYRANNUS



Copyright © 2010 All Rights Reserved.