ReadyPlanet.com
dot
dot
แจ้งเพื่อรับข่าวสารจากเรา

dot
dot
ทีรันนัสดอทคอม
dot
bulletสารจากผู้อำนวยการ
bulletประวัติทีรันนัส
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
bulletสมุดเซ็นเยี่ยม
bulletข่าวสารจากทีรันนัส
dot
หนังสือแยกเป็นหมวดหมู่
dot
bulletหมวด คริสเตียนศึกษา
bulletหมวด การเทศนา
bulletหมวด อธิบายพระคัมภีร์
bulletหมวด คู่มือศึกษาพระคัมภีร์
bulletหมวด เพิ่มพูนคริสตจักร
bulletหมวด การสร้างสาวก
bulletหมวด การประกาศ-มิชชั่น
dot
สำนักพิมพ์ ทีรันนัส
dot
bulletสมัครเป็นสมาชิก
bulletสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย
bulletหนังสือใหม่ล่าสุด
bulletหนังสือขายดีติดอันดับ
bulletหนังสือพิมพ์ซ้ำ
bulletวิธีสั่งซื้อสินค้าจากเรา
bulletศูนย์รับแจ้งสินค้ามีปัญหา
bulletแนะนำร้านหนังสือคริสเตียน
dot
Phon Phaiboon Church
dot
bulletคำเทศนาของศิษยาภิบาล
bulletข่าวสารจากคริสตจักร
dot
เว็บอื่นๆ
dot
bulletLink ลิ้งค์ไปเว็บคริสเตียน
bulletwww.thaichristians.net


องค์การ gpinternational
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
เว็บข่าวสารคริสเตียนไทย ทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่แบ่งแยกคณะ บทความ  คำเทศนา  เรื่องสั้น  บทกลอน  แจกโฮมเพจเพื่อคริสตจักรในท้องถิ่น.... ฟังคำเทษนาออน์ไลน์  ลิ้งค์ไปเว็บต่างของคริสเตียนทั่วโลก   แหล่งซื้อขายของคริสเตียน  สิ่งดีๆที่คุณไม่ควรพลาดในเว็บไทยคริสเ
สมาคมพระคริสตธรรมไทย
คริสตจักรพรไพบูลย์


เทศนาเรื่อง ความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี article

           ฟีลิปปี 3:17-4:1 

         สิ่งหนึ่งที่ขาดไปในสังคมคริสเตียนในปัจจุบัน คือแบบอย่าง มีน้อยมากที่เป็น คริสเตียนมายาวนาน ถึงแม้ว่ามีบางคนที่เป็นคริสเตียนสองชั่วหรือสามชั่วอายุคน เขาก็ไม่ค่อยเห็นบุคคลที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตคริสเตียน
         
เคยคิดมั้ยว่า ถ้าคนอื่นปฎิบัติตามที่เราปฎิบัติ จะเป็นอย่างไร ตามความเป็นจริงแล้ว เราทุกคนกำลังส่งอิทธิพลต่อคนอื่นๆ เรากำลังดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างไรก็ตาม การดำเนินชีวิตของเราก็ส่งผลต่อคนอื่นโดยตรง เพราะเหตุนี้ เราทุกคนน่าจะดำเนินชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ดี
     
ในเช้าวันนี้ มีใครบ้างที่บอกกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบอกกับคนรุ่นใหม่ในความเชื่อด้วยความมั่นใจว่า “จงดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของฉัน” แทบจะไม่มีใครบอกเช่นนั้นได้ แต่มีท่านหนึ่งที่บอกเช่นนี้ คือเปาโล ในข้อ 17 บอกว่า “ท่านจงร่วมกันตามแบบอย่างของข้าพเจ้า” เปาโลรู้ดีว่า ความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดีนั้นสำคัญมากแค่ไหน เพราะว่า นี่เป็นแบบอย่างของพระเยซู ใน 1โครินธ์ 11.1 เปาโลได้กล่าวไว้ว่า “ท่านทั้งหลายก็จงปฎิบัติตามอย่างข้าพเจ้า เหมือนอย่างที่ข้าพเจ้าปฎิบัติตามอย่างพระคริสต์” ผู้ที่มีความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่เปาโลคนเดียว มีคนอื่นๆด้วย ในข้อ 17 บอกต่อไปว่า “...ท่านมีพวกเราเป็นตัวอย่างแล้ว จงดูคนที่ประ พฤติตามแบบนั้น” คำว่า “พวกเรา” เป็นบุรุษที่หนึ่งพหูพจน์ หมายถึงหลายคนรวม ถึงเปาโล เมื่อเราอยู่กับคนที่เป็นตัวอย่างที่ดี เราก็มักจะมีความเชื่อที่เข้มแข็งดีเหมือนเขา แต่ถ้าเราสนิทกับคนที่เป็นแบบอย่างไม่ค่อยดี เราก็มีความเชื่อไม่ค่อยดีตามเขา ดังนั้น เราควรเรียนจากคนที่เป็นแบบอย่างที่ดี ในเวลาเดียวกัน เราต้องเป็นคริสเตียนที่เป็นแบบอย่างที่ดีด้วย เราควรดำเนินชีวิตอย่างไร จะเป็นแบบอย่างที่ดีได้เหมือนเปาโล พระวจนะของพระเจ้าตอนนี้ได้พูดทั้งแง่ลบและแง่บวกด้วย

1. เราต้องละทิ้งสิ่ง ซึ่งเป็นฝ่ายเนื้อหนัง (3.18-19)

          เปาโลได้รู้แล้วว่า มีบางคนที่ถือตัวเองว่า เป็นคริสเตียน แต่ประพฤติตัวเป็นศัตรูต่อกางเขนของพระคริสต์ ดังนั้น เคยเตือนคริสเตียนชาวฟีลิปปีมาหลายครั้ง และกำลังเตือนอีกครั้งหนึ่งว่า ต้องไม่ประพฤติตัวเป็นศัตรูต่อกางเขนของพระองค์ เราต้องระมัดระวังคนเหล่านั้น เพราะคนเหล่านั้นมักจะบอกว่า ดำเนินชีวิตเพื่อพระคริสต์ แต่จริงๆแล้ว เขาเหล่านั้นต่อสู้พระคริสต์ ผู้ทรงสละทุกอย่างที่กางเขนเพื่อเรา เราจึงควรมีความสามารถที่จะแบ่งแยกคนเหล่านี้ออกจากคนที่เป็นตัวอย่างที่ดี อย่าเลียน แบบของคนที่ประพฤติตัวเป็นศัตรูของพระองค์ มิฉะนั้น เราคงจะได้รับอิทธิพลจากเขาเหล่านั้น
         
คนที่ประพฤติตัวเป็นศัตรูต่อกางเขนของพระคริสต์มีลักษณะเป็นอย่างไร ข้อ 19 พูดถึงลักษณะพิเศษบางประการของคนเหล่านั้น

1) คนเหล่านั้นเป็นคนที่ต้องพินาศไปในที่สุดโดยไม่มีทางเลือก(19ก.)
        
“ปลายทางของคนเหล่านั้นคือความพินาศ” คนที่ประพฤติตัวเป็นศัตรูต่อกางเขนของพระคริสต์นั้น เป็นศัตรูต่อข่าวประเสริฐของพระเยซูและไม่มีส่วนในข่าวประเสริฐนั้น ไม่เชื่อในพระเยซูผู้ทรงถูกตรึงที่กางเขน ข่มเหงพระเยซูโดยการ ข่มเหงคริสเตียนและคริสตจักร คนเหล่านั้นจึงต้องตกลงไปอยู่ในบึงไฟนรกซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์

2) คนเหล่านั้นเป็นคนที่เอากระเพาะมาเป็นพระของตน(19ข)
       
“พระของเขาคือกระเพาะ” ชาวโรมชั้นสูงได้รับประทานอาหารอย่างฟุ่มเฟือย เขามักจะเริ่มทานมื้อเย็นตั้งแต่สี่โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ดูเหมือนว่า เกิดมาเพื่อกิน และอยู่เพื่อกิน จนมีคำพูดว่า “ชาวโรมคงพินาศไปบนโต๊ะอาหาร”
             
อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์ บำรุงร่างกายของเรา แต่การกินและการดื่มนั้นไม่ใช่เป้าหมายแห่งชีวิตของเรา เราจะกิน หรือจะดื่มก็ตาม เราต้องทำเพื่อจะเป็นที่ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าเท่านั้น (1คร.10.31) พระคัมภีร์บอกว่า “แผ่นดินของพระเจ้านั้นไม่ใช่การกินและการดื่ม แต่เป็นความชอบธรรมและสันติสุขและความชื่นชมยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์”(โรม 14.17)

3) คนเหล่านั้นเป็นคนที่ยกสิ่งน่าอับอายขึ้นมาโอ้อวด(19ค)
        
“เขายกความที่น่าอับอายของเขาขึ้นมาโอ้อวด” ค่านิยมของคนเหล่านั้นเสื่อมทรามไป ไม่สามารถที่จะแยกความดีกับความชั่ว และสิ่งที่น่าอวดกับสิ่งที่น่าอาย บางคนอวดตัวเองโดยไม่รู้สึกอับอายว่า เขาทำสิ่งชั่วมากน้อยแค่ไหน หลอก ลวงคนอื่นอย่างไร หาเงินโดยผิดจริยธรรมอย่างไร แม้เอาเรื่องเพศสัมพันธ์อย่างผิดปกติและไม่เหมาะสมด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าอับอาย ถ้าเกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้แล้วในอดีต น่าจะสารภาพความผิดกับพระเจ้าและต้องยกเลิกพฤติกรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด แต่ตรงกันข้าม เอาเรื่องเหล่านี้มาพูดและโอ้อวด น่าเสียดายจริงๆ
          อย่าตามแบบอย่างของคนที่มีค่านิยมสับเปลี่ยนไปเพราะไม่มีพระเยซูในใจของเขา เพราะคริสเตียนไม่ใช่เป็นคนที่ดำเนินชีวิตเพื่อความสนุกสนานทางเนื้อหนัง แต่เป็นคนที่ดำเนินชีวิตอยู่เพื่อพระคริสต์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์ที่กางเขนเพื่อเรา

4) คนเหล่านั้นเป็นคนที่แสวงหาวัตถุทางโลกอย่างมีความกระตือรือร้น (19ง)
           “เขาสนใจในวัตถุทางโลก” เนื่องด้วยว่า คนเหล่านั้นเป็นคนฝ่ายเนื้อหนัง เขาจึงแสวงหาเงินทอง ชื่อเสียง ความสนุกสนาน ความนิยมของโลก เป็นต้น
           
เราไม่ปฏิเสธว่า สิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตของเรา เราต้องการสิ่งเหล่านี้ แต่อย่าให้สิ่งเหล่านี้เป็นจุดประสงค์ของชีวิตของเรา สิ่งเหล่านี้ต้องไม่เป็นจุดประสงค์ แต่เพียงเป็นวิธีการที่จะทำให้พระสิริของพระองค์ปรากฎขึ้นเท่านั้น พระคัมภีร์ได้ท้าทายเราว่า “ถ้าท่านรับการทรงชุบให้เป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์แล้ว ก็จงแสวงหาสิ่งซึ่งอยู่เบื้องบนในที่ซึ่งพระคริสต์ทรงสถิตอยู่ คือประทับข้างขวาของพระเจ้า จงเอาใจใส่สิ่งที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่สิ่งซึ่งอยู่ที่แผ่นดิน” (คส.3.1-2)

2. เราต้องแสวงหาสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายวิญญาณ (3.20-4.1) 
          เราต้องประพฤติตามแบบอย่างของคนที่แสวงหาสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายวิญญาณ และในเวลาเดียวกัน เราต้องสร้างแบบอย่างที่ดีโดยการแสวงหาสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายวิญญาณด้วย ถ้าเราจะแสวงหาสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายวิญญาณ เราต้องเป็นคนแบบไหน

1) เราต้องรู้อย่างถูกต้องว่า เราสังกัดอยู่ที่ไหน (20ก)
         
“แต่บ้านเมืองของเรานั้นอยู่ที่สวรรค์” 
         
เพื่อจะปฏิบัติตามแบบอย่างที่ควรตาม เราควรรู้อย่างชัดเจนว่า เราเป็นฝ่ายไหน สังกัดอยู่ไหน มีสัญชาติอะไร อาจบอกได้ว่า คริสเตียนเรามีสัญชาติสองชาติ ร่างกายของเราอยู่ในโลกนี้ชั่วคราว แต่บ้านเมืองของเราอยู่ที่สวรรค์ถาวรเป็นนิตย์  ชาวฟีลิปปีในสมัยนั้นไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงโรม แต่เขามีสัญชาติโรม พวกเขาภูมิใจในเรื่องนี้มาก และพยายามที่จะดำเนินชีวิตที่สมกับฐานะของเขา คริสเตียนก็เช่นเดียวกัน เรารู้ว่าเราอยู่ในโลกนี้ชั่วคราว แต่เรามีสัญชาติสวรรค์ เราจึงควรดำเนินชีวิต และสามารถที่จะดำเนินชีวิตที่สมกับฐานะของเรา คือชาวสวรรค์ได้
         
เมื่อข้าพเจ้าเรียนหนังสืออยู่ที่อเมริกาประมาณสามปี ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่า จะอยู่ที่อเมริกายาวนาน และไม่ค่อยสนใจเรื่องที่เกิดขึ้นในอเมริกามากนัก ภรรยาและข้าพเจ้าคิดเสมอว่า เมื่อจบการศึกษาแล้ว จะกลับไปประเทศไทย ข้าพเจ้าบอกกับอาจารย์ผู้ดูแลข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้าเป็นมิชชันนารี จึงต้องรีบกลับไปประเทศไทยเพื่อจะรับใช้พระเจ้าต่อไป เพราะว่าข้าพเจ้าได้ยินจากคนอื่นๆบ่อยๆว่า ถ้าอาจารย์ผู้ดูแลไม่เซ็นชื่อในวิทยานิพนธ์ ต้องแก้ไขใหม่ ต้องใช้เวลานานอีก

2) เราต้องกระหายและรอคอยพระเยซูคริสต์ (3.20 ข - 21)
         
“เรารอคอยผู้ช่วยให้รอด ซึ่งจะเสด็จมาจากสวรรค์คือ พระเยซูคริสต์เจ้า พระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงกายอันต่ำต้อยของเราให้เหมือนพระกายอันทรงพระสิริของพระองค์ ด้วยฤทธานุภาพซึ่งทำให้พระองค์ปราบสิ่งสารพัดลงใต้อำนาจของพระองค์”
        
ถ้าเราจะมีความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี เราจำเป็นต้องเลียนแบบของพระเยซูคริสต์ เพราะว่า พระเยซูได้วางแบบให้เราทำตาม พระคัมภีร์บอกว่า “เพราะว่าเราได้วางแบบแก่ท่านแล้วเพื่อให้ท่านทำเหมือนดังที่เราได้กระทำแก่ท่านด้วย”(ยน.13.15)
         
พระเยซูทรงประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้าในเวลานี้ แต่พระองค์ไม่ทรงทอด ทิ้งเราเลย พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้แล้วว่า พระองค์จะเสด็จมาอีก เราจึงเชื่อมั่นว่า อีกไม่นาน พระองค์จะเสด็จมาเป็นจอมราชาที่จะปกครองสรรพสิ่งทั้งปวงด้วยความ ชอบธรรม เมื่อพระองค์เสด็จมาแล้ว พระองค์จะทรงเปลี่ยนแปลงกายอันต่ำต้อยของเราให้เป็นเหมือนพระกายอันทรงพระสิริของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงมีฤทธานุภาพที่จะปราบสิ่งสารพัดลงใต้อำนาจของพระองค์ได้
        
คนที่มีความหวังใจในพระเยซูผู้ที่จะเสด็จมา คนที่รอคอยพระองค์ผู้ที่จะเสด็จมาเร็วๆนี้ ต้องไม่ดำเนินชีวิตตามอำเภอใจของตน ต้องไม่ประพฤติตามแบบอย่างของคนที่ประพฤติตัวเป็นศัตรูต่อกางเขนของพระเยซู และต้องไม่สนใจในวัตถุทางโลกอย่างเด็ดขาด คนที่รอคอยการเสด็จกลับมาของพระเยซูควรดำเนินชีวิตอย่างไร พระคัมภีร์บอกว่า “ท่านที่รักทั้งหลาย บัดนี้เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า และยังไม่ปรากฏว่าต่อไปเบื้องหน้านั้นเราจะเป็นอย่างไร แต่เรารู้ว่า เมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น และทุกคนที่มีความหวังอย่างนี้ ก็ชำระตนให้บริสุทธิ์ดังที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์”(1ยน.3.2-3) เราต้องดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิในสายพระเนตรของพระเจ้าเสมอ แม้ว่าพระองค์จะเสด็จมาในเวลาใดก็ตาม เพราะพระองค์ผู้ที่จะเสด็จมานั้นบริสุทธิ์ แล้วเราคงจะไม่รู้สึกอาย

3) เราต้องยึดมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้า (4.1)
         
“เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายของข้าพเจ้า ผู้เป็นที่รัก เป็นที่ปรารถนา เป็นที่ยินดี และเป็นมงกุฎของข้าพเจ้า พวกที่รักของข้าพเจ้า จงยึดมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้า”
         
พญามารที่เป็นศัตรูของเราพยายามทำให้เรามีความเชื่อไม่มั่นคง ไม่เข้มแข็งและให้หวั่นไหว ศัตรูของเรา คือ มาร วนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้ (1ปต.5.8) ดังนั้นเราจำเป็นต้องยึดมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้า คนที่ยึดมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น เปาโลบอกว่า เป็นพี่น้อง เป็นที่รัก เป็นที่ปรารถนา เป็นที่ยินดีและเป็นมงกุฎของท่าน
         
การที่เราได้ถูกสร้างใหม่โดยการกลับใจใหม่ เป็นเรื่องที่น่ายินดีและมีเกียรติเป็นพิเศษ ยิ่งกว่านั้น เมื่อเรานำวิญญาณดวงหนึ่งให้มาเชื่อในพระเยซู และเห็นเขาเติบโตขึ้นและยึดมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้า เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีมาก เราควรดำเนินชีวิตด้วยความชื่นชมยินดีเช่นนี้
        
ขอให้เรามีความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี โดยการละทิ้งสิ่งที่เป็นฝ่ายเนื้อหนัง และโดยการแสวงหาสิ่งซึ่งเป็นฝ่ายวิญญาณ ขอพระเจ้าอวยพระพรพี่น้องทุกท่านให้มีชีวิตที่มีความเชื่อที่เป็นแบบอย่างที่ดี





คำเทศนาเรื่อง สุขสันต์วันคริสตมาส article
คำเทศนา ท่าทีที่ถูกต้องต่อพระเยซูคริสต์ในวันคริสตมาส article
คำเทศนาเรื่อง เหรียญทองแห่งความเชื่อ article
คำเทศนาเรื่อง ให้ทุกคนสรรเสริญพระเจ้า article
เทศนาเรื่อง รู้จักการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง เจ้ารักเราหรือ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีสองปีก article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่มีชีวิตชีวา article
คำเทศนาเรื่อง จงมาดูและรีบไปบอก article
คำเทศนาเรื่อง คริสตจักรที่รักซึ่งและกัน article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เพิ่มพูนทวีคูณ article
เทศนาเรื่อง ผล 9 อย่างของพระวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง การรู้จักบังคับตน article
คำเทศนาเรื่อง ความสุภาพอ่อนน้อม article
คำเทศนาเรื่อง เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้ article
เทศนาเรื่อง ความสัตย์ซื่อ article
เทศนาเรื่อง ความดี article
เทศนาเรื่อง การวางใจที่ได้รับพระพร article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ความปรานี article
เทศนาเรื่อง ความอดกลั้นใจ article
เทศนาเรื่อง สันติสุข article
เทศนาเรื่อง ความปลาบปลื้มใจ article
ท่าทีการรับใช้ที่พระเจ้าชอบพระทัย article
เทศนาเรื่อง ผู้เชื่อที่รอคอย article
เทศนาเรื่อง จงอุตส่าห์สอนลูกหลานของท่าน article
ความรัก article
ผลของพระวิญญาณบริสุทธ์ article
เทศนาเรื่อง รู้จักพระเยซูที่เราเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ผู้ที่เราควรกลัว article
เทศนาเรื่อง แบบอย่างชีวิตที่เลือกทางที่ถูกต้อง article
เทศนาเรื่อง มารดาแห่งความเชื่อ article
เทศนาเรื่อง ถ้าการฟื้นจากตายไม่มี article
เทศนาเรื่อง จงเที่ยวหาผู้ที่หลงหาย article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่เต็มไปด้วยการขอบพระคุณ article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่จะพอใจ article
เทศนาเรื่อง รักพระเจ้าต้องรักพี่น้อง article
เทศนาเรื่อง ชีวิตคริสเตียนที่ดีรอบคอบ article
เทศนาเรื่อง ฉันจะไปบอก article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 3 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ 2 article
เทศนาเรื่อง เคล็ดลับชีวิตที่ประสบความสำเร็จ article
เทศนาเรื่อง ให้มีจิตใจปรองดองกัน article
เทศนาเรื่อง ท่าทีที่ถูกต้องต่อผู้นำฝ่ายวิญญาณ article
เทศนาเรื่อง คริสตจักรที่เข้มแข็ง article
คำเทศนาเรื่อง ให้เราเชื่ออย่างถูกต้อง article
sermon D 06 article
sermon C 06 article
sormon B 06 article
sermon A 06 article
new book
Headline
Headline
TEST TYRANNUS



Copyright © 2010 All Rights Reserved.