ReadyPlanet.com
dot
dot
แจ้งเพื่อรับข่าวสารจากเรา

dot
dot
ทีรันนัสดอทคอม
dot
bulletสารจากผู้อำนวยการ
bulletประวัติทีรันนัส
bulletติดต่อเรา
bulletแผนที่
bulletสมุดเซ็นเยี่ยม
bulletข่าวสารจากทีรันนัส
dot
หนังสือแยกเป็นหมวดหมู่
dot
bulletหมวด คริสเตียนศึกษา
bulletหมวด การเทศนา
bulletหมวด อธิบายพระคัมภีร์
bulletหมวด คู่มือศึกษาพระคัมภีร์
bulletหมวด ชีวิตคริสเตียน
bulletหมวด เพิ่มพูนคริสตจักร
bulletหมวด การสร้างสาวก
bulletหมวด การประกาศ-มิชชั่น
dot
สำนักพิมพ์ ทีรันนัส
dot
bulletสมัครเป็นสมาชิก
bulletสมัครเป็นผู้แทนจำหน่าย
bulletหนังสือใหม่ล่าสุด
bulletหนังสือขายดีติดอันดับ
bulletหนังสือพิมพ์ซ้ำ
bulletวิธีสั่งซื้อสินค้าจากเรา
bulletศูนย์รับแจ้งสินค้ามีปัญหา
bulletแนะนำร้านหนังสือคริสเตียน
dot
Phon Phaiboon Church
dot
bulletคำเทศนาของศิษยาภิบาล
bulletข่าวสารจากคริสตจักร
dot
เว็บอื่นๆ
dot
bulletLink ลิ้งค์ไปเว็บคริสเตียน
bulletwww.thaichristians.net


องค์การ gpinternational
สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
เว็บข่าวสารคริสเตียนไทย ทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่แบ่งแยกคณะ บทความ  คำเทศนา  เรื่องสั้น  บทกลอน  แจกโฮมเพจเพื่อคริสตจักรในท้องถิ่น.... ฟังคำเทษนาออน์ไลน์  ลิ้งค์ไปเว็บต่างของคริสเตียนทั่วโลก   แหล่งซื้อขายของคริสเตียน  สิ่งดีๆที่คุณไม่ควรพลาดในเว็บไทยคริสเ
สมาคมพระคริสตธรรมไทย
คริสตจักรพรไพบูลย์


คำเทศนาเรื่อง ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ article

ฟีลิปปี 2.25-30

ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ

                                 วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม 2005

 

     วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ไปร่วมนมัสการพระเจ้าที่คริสตจักรโครินโท ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ต้า  ประเทศอินโดนีเซีย  คริสตจักรแห่งนี้มีมิชชันนารีชาวเกาหลีเป็นผู้บุกเบิกเมื่อประมาณไม่เกินสิบปีที่แล้ว เมื่อถึงเวลานมัสการ ผู้นำเพลงได้ออกมาพร้อมกับหญิงอีก 2 คน  ผู้นำก็เป็นผู้หญิง  ได้นำเพลงอย่างมีชีวิตชีวา  มีแรงและมีไฟ  ผู้ชาย 2 คนได้เล่นดนตรี  ห้องนมัสการก็เต็มด้วยผู้นมัสการ เกือบไม่มีที่ว่างเลย  ถึงแม้ว่ามีศิษยาภิบาลนั่งอยู่ แต่สมาชิกทำหน้าที่ของตนในการนำเพลง นำอธิษฐาน ประกาศข่าวคริสตจักร นำถวายทรัพย์ และทักทาย ก่อนและหลังนมัสการ สมาชิกเกือบทุกคนมาหาข้าพเจ้าและทักทายด้วยความรัก  ภายหลังนมัสการเสร็จแล้ว ได้ข่าวว่าคริสตจักรนี้ได้บุกเบิกคริสตจักรอีกแห่งหนึ่ง และช่วยสนับสนุนค่าตอบแทนผู้รับใช้ของคริสตจักรแห่งใหม่ด้วย 

     เมื่อข้าพเจ้านั่งพิจารณาดูและอธิษฐานกับพระเจ้า ถามว่า “ทำไมคริสตจักรแห่งนี้จึงเข้มแข็งและเติบโตขึ้น”  พระเจ้าทรงให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่า เพราะมีผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจำนวนไม่น้อย  คงบอกไม่ได้ว่า สมาชิกทุกคนเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ แต่เท่าที่ข้าพเจ้าได้สังเกตเห็นว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ   เพราะเท่าที่ทราบ ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม  ไม่มีเสรีภาพที่จะประกาศข่าวประเสริฐอย่างมีอิสรภาพ  คริสตจักรแห่งนี้ยังไม่มีตัวอาคาร ยังใช้ตึกแถว ชั้นสองในย่านทำการค้าขาย ติดป้ายคริสตจักรก็ไม่ได้  ชั้นล่างเป็นร้านอาหาร ทุกครั้งที่จะเข้าออก ต้องผ่านร้านอาหาร เคยเตรียมที่ดินแปลงหนึ่งที่จะก่อสร้างอาคารของคริสตจักร แต่ถูกยึดไป  นอกจากห้องนมัสการแล้ว ไม่เห็นห้องอื่นๆ แต่สมาชิกทุกคนมีความชื่นชมยินดี มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการเข้ามานมัสการพระเจ้า เพราะว่าสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ

     ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่า คริสตจักรที่มีผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณจำนวนมาก เป็นคริสตจักรที่เข้มแข็งและเจริญเติบโตขึ้น  ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าลงอธิษฐานกับพระเจ้า ขอให้พระเจ้าทรงช่วยพี่น้องทุกคนให้เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ 

     เปาโลอยากจะไปเยี่ยมคริสตจักรฟีลิปปี แต่ไม่มีโอกาส จึงวางแผนที่จะส่งทิโมธีเป็นตัวแทน   ถึงอย่างไรก็ตาม คิดดูแล้ว อาจต้องรออีกนานที่จะส่งทิโมธีได้  ดังนั้น เปาโลอยากให้เอปาโฟรดิทัส ส่งจดหมายฉบับนี้ไปหาคริสตจักรฟีลิปปีก่อน 

แสดงว่า เอปาโฟรดิทัสเป็นผู้ร่วมงานอีกคนหนึ่งที่มีคุณสมบัติพอๆ กับทิโมธี  เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณพอที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเปาโลได้  อยากท้าทายให้รู้ถึงผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณโดยการศึกษาความเป็นบุคคลของเอปาโฟรดิทัส  

 

1.  ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ คือ คริสเตียนที่มีความสมดุล (25)

     เอปาโฟรดิทัสเป็นคริสเตียนที่มีความสมดุล  ในข้อ 25 เปาโลมีความจำเป็นจะ ต้องส่งเอปาโฟรดิทัสไปหาคริสตจักรฟีลิปปี  นอกจากทิโมธีแล้ว เอปาโฟรดิทัสเป็นคนที่เหมาะสมที่จะส่งให้ไปหาคริสตจักรฟีลิปปี...ทำไม...

     เขาเป็นคนแน่ชัดในด้านความเชื่อ   เปาโลเรียกเขาว่า “น้อง” เมื่อเปาโลใช้คำว่า “พี่น้อง” ส่วนใหญ่หมายถึง ผู้ที่เชื่อ แสดงให้เห็นว่า เขาเป็นคนที่ได้บังเกิดใหม่แล้ว และมีความเชื่อแน่นอน  

     เขาเป็นคนแน่ชัดในด้านการรับใช้ด้วย  เปาโลได้เรียกเขาว่า “เพื่อนร่วมงาน” และ “เพื่อนทหาร” แสดงให้เห็นว่า เขาได้ทำงาน รับใช้พระเจ้าร่วมกับเปาโลเพราะเห็นแก่พระคริสต์และข่าวประเสริฐของพระองค์

     เขาเป็นคนที่มีความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ อย่างดีด้วย เขาเป็นผู้รับใช้   คือ  ศิษยาภิบาลคริสตจักรฟีลิปปี  เขาถูกใช้ไปหาเปาโลในฐานะตัวแทนของคริสตจักรฟีลิปปี  ถ้าเขาเป็นคนสร้างปัญหา คงยากที่จะเป็นตัวแทนของคริสตจักร  แสดงให้เห็นว่า เขาได้รับการรับรองจากสมาชิกของคริสตจักรฟีลิปปี  เป็นผู้มีสัมพันธไมตรีกับคนเหล่านั้นด้วย  ยิ่งกว่านั้น เขาเป็นผู้ที่ปรนนิบัติเปาโลในยามขัดสนด้วย     

     เอปาโฟรดิทัสเป็นคนที่มีความสมดุลระหว่างความเชื่อกับการปฏิบัติ  นี่เป็นลักษณะพิเศษประการแรกของผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ   ไม่ได้เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งเฉพาะ 

     บางคนมีความเชื่อดี แต่ไม่มีส่วนในการรับใช้พระเจ้า  บางคนทำงานดี แต่ไม่ค่อยสนใจความเชื่อส่วนตัว  บางคนมีความเชื่อดีและมีส่วนในการรับใช้พระเจ้าด้วย แต่ไม่เป็นที่ยอมรับ 

     เราควรเป็นคริสเตียนที่มีความสมดุลในความเชื่อ  การรับใช้และในความสมพันธ์อย่างดีกับคนอื่นๆ  ก่อนอื่น ต้องมีความเชื่อแน่นอน แล้วต้องเป็นคนที่ทำงานหนักเพราะเห็นแก่พระคริสต์  ในเวลาเดียวกัน เราต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นๆ   เราเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณได้ก็ต่อเมื่อมีความสมดุลในสิ่งต่างๆ ซึ่งกันและกัน

 

2.  ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ คือ คริสเตียนที่รักคนอื่น  (26-27)

     เอปาโฟรดิทัสเป็นคนที่รักคริสตจักรจริงๆ   เขาคิดถึงและปรารถนาที่จะพบ คริสเตียนชาวฟีลิปปี   ถ้าไม่รัก คงไม่ได้คิดถึง ไม่ปรารถนาที่จะพบในลักษณะนั้น   ความคิดถึงและความปรารถนาเป็นพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่า เขารักสมาชิกของคริสตจักรฟีลิปปีจริงๆ   เพราะได้มาเยี่ยมเยียนเปาโลที่กรุงโรม มานานพอสมควร 

     เมื่อเรารักใคร อยากจะพบเขา อยากจะพูดคุยกับเขา   คริสเตียนทุกคนได้ถูกบัญชาจากพระเยซูให้รักซึ่งกันและกัน  พระเยซูตรัสไว้ว่า “เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น” (ยอห์น 13.34)   เราเป็นพี่น้องที่รักซึ่งกันและกัน  เราทุกคนรอคอยวันนี้ เพราะวันนี้เป็นวันที่เราพบกัน พูดคุย สามัคคีด้วยความรัก  น่าจะเป็นอย่างนั้น  ในวันนี้ เรารักคริสตจักรของเรามากน้อยแค่ไหน  เราถือสมาชิกคนอื่นเป็นพี่น้องหรือศัตรู   ความรักเหมือนดังที่พระเยซูทรงรักคริสตจักร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นภายในคริสตจักรของเราหรือไม่      

     เขาห่วงใยคริสตจักรฟีลิปปีจริงๆ  เขาเป็นทุกข์ เมื่อเขารู้ว่า คริสตจักรฟีลิปปีได้ข่าวว่า เขาป่วยและคริสตจักรก็เป็นทุกข์   เขาห่วงใยคริสตจักรมากกว่าความเจ็บ ป่วยของตน   เอปาโฟรดิทัสเข้าใจดีเรื่องคริสตจักร ซึ่งเป็นพระกายของพระเยซูคริสต์ พระเยซูทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร และผู้ที่เชื่อทุกคนเป็นอวัยวะของกายนั้น   เมื่อบอกว่า คริสตจักรเป็นพระกายของพระคริสต์ หมายถึงคริสตจักรเป็นชุมนุมคริสเตียนที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ร่วมทุกข์ร่วมสุข  “ถ้าอวัยวะอันหนึ่งเจ็บ อวัยวะทั้งหมดก็พลอยเจ็บด้วย ถ้าอวัยวะอันหนึ่งได้รับเกียรติ อวัยวะทั้งหมดก็พลอยชื่นชมยินดีด้วย” (1โครินธ์ 12.26)    เอปาโฟรดิทัสป่วยจริงๆ ป่วยจนเกือบตาย  แต่เขาห่วงใยคริสตจักรของพระเจ้ามากกว่าความเจ็บป่วยของตน  คนที่รักคริสตจักรจริงๆ เท่านั้น จึงจะเป็นเช่นนี้

     เราห่วงใยอะไรมากที่สุด  ควรห่วงใยใครก่อน   พระคัมภีร์ให้เราห่วงใยคริสตจักร คือชุมชนคริสตียนก่อน เพราะคริสตจักรเป็นพระกายของพระคริสต์ 

 

3.  ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ คือคริสเตียนที่ให้ประโยชน์ฝ่ายวิญญาณแก่คนอื่น (28-29)

     เอปาโฟรดิทัสเป็นคนที่ให้ความยินดีฝ่ายวิญญาณแก่คนอื่น   เอปาโฟรดิทัสรัก คริสตจักร และคริสตจักรก็รักเขาด้วย   คริสเตียนชาวฟีลิปปีมีความชื่นชมยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้ข่าวว่า เอปาโฟรดิทัสหายป่วยแล้วและจะอยู่กับคริสตจักรต่อไป  เปาโลรู้ดีว่า เมื่อคริสเตียนชาวฟีลิปปีเห็นเอปาโฟรดิทัส ความชื่นชมยินดีอันใหญ่ยิ่งเกิดขึ้นท่ามกลางพวกเขา   แสดงให้เห็นว่า   เอปาโฟรดิทัสเป็นคนที่คริสตจักร

ฟีลิปปีต้องการมาก เพราะเขาเป็นประโยชน์แก่คริสตจักร  มีมนุษย์สามประเภท คือ คนที่ต้องอยู่  คนที่ต้องไม่อยู่ และคนที่อยู่ก็ดีไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร  เอปาโฟรดิทัสเป็นคนที่ต้องอยู่ เป็นประโยชน์ฝ่ายวิญญาณมากแก่คริสตจักร

     เราเป็นคนประเภทไหน   เราทุกคนควรเป็นคนที่ให้ประโยชน์ฝ่ายวิญญาณแก่คนอื่นๆ ด้วย   คนที่มีความเชื่อน้อยมักจะทำให้คนอื่นได้รับผลเสียมากกว่าผลดี   ไปไหนก็ตามมักจะทำให้เกิดความแตกแยก ไปไหนก็สร้างปัญหา   แต่ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณที่แท้จริงมักจะนำประโยชน์ฝ่ายวิญญาณมาให้แก่คนอื่นๆ การที่ทำให้คนอื่นได้รับประโยชน์ฝ่ายวัตถุก็ดี  ยิ่งกว่านั้น การพยายามให้คนอื่นได้รับประโยชน์ฝ่ายวิญญาณยิ่งดีกว่า  ไปไหน อยู่ไหนก็ตาม เราควรเป็นคริสเตียนที่เสริมสร้าง ช่วยเหลือ และหนุนใจคนที่มีความเชื่ออ่อนแอ และทำให้คนอื่นดีใจ

 

4.  ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ คือคริสเตียนที่ย่อมสละชีวิตของตนเพื่อพระคริสต์ (30)  

     เอปาโฟรดิทัสเป็นคนที่พร้อมที่จะตายเพื่องานของพระคริสต์   ในข้อ 30 กล่าวว่า “เพราะเขาเกือบจะสิ้นชีวิตเสีย  เนื่องจากการปฎิบัติงานของพระคริสต์  เขาได้เสี่ยงชีวิตของเขา เพื่อการปรนนิบัติของท่านต่อข้าพเจ้าจะได้เต็มบริบูรณ์”   ในโลกนี้ คนส่วนใหญ่พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์หรือสง่าราศีของตน แม้ในกลุ่มคริสเตียน ก็ไม่น้อย  แต่เอปาโฟรดิทัสเป็นคนหนึ่งในหมู่น้อยที่พร้อมทำทุกอย่างเพราะเห็นแก่พระคริสต์

     พระเยซูคริสต์ได้ทรงยอมสละชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขนเพื่อเรา เราจึงคืนดีกับพระเจ้าได้  เพราะฉะนั้นเราก็ควรยอมสละชีวิตของเราเพื่อพระคริสต์ด้วยเช่นกัน 

      พระเจ้าปรารถนาคนที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ จึงทรงมีพระประสงค์ให้เราทุกคนเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ  คริสตจักรต้องการคนที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ   คริสเตียนคนอื่น แม้คนที่ยังไม่เป็นคริสเตียน ก็ต้องการคนที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณด้วย   ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณเป็นคริสเตียนที่มีความสมดุลในการดำเนินชีวิตประจำวัน  เป็นคริสเตียนที่รักคนอื่น เป็นคริสเตียนที่ให้ประโยชน์ฝ่ายวิญญาณแก่คนอื่น และเป็นคริสเตียนที่ยอมสละชีวิตของตนเพื่อพระคริสต์ พูดอีกนัยหนึ่ง คือ ผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณเป็นคริสเตียนที่เอาพระคริสต์เป็นศูนย์กลางในชีวิต   ขอให้เราทุกคนเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ  พระเจ้าทรงพอพระทัย คริสตจักรที่เข้มแข็งมากขึ้น และเราจะรับพระพรจากพระเจ้ามากยิ่งขึ้น       

 

 

 

 

 

 

 




Map - Introduce

แนะนำร้านหนังสือคริสเตียนอื่นๆ article
แผนที่ศูนย์ทีรันนัส article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.