ReadyPlanet.com


คำเทศนาของ ดร. จอห์น ซง


คำเทศนาของ ดร. จอห์น ซง เรื่อง

“พระคุณอันมิอาจหยั่งได้ของพระเป็นเจ้า”

(2 พงศ์กษัตริย์ บทที่ 7)

สะมาเรียซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลถูกโอบล้อมด้วยกองทัพซีเรีย ผู้คนวิตกกังวลอย่างมาก เพราะหลายคนไม่มีอะไรจะกิน จนถึงขนาดที่พวกเขาจำเป็นต้อง “กินขี้นกพิราบ”

ข้อ 1 แต่เอลิชาทูลว่า “พรุ่งนี้ประมาณเวลานี้ ยอดแป้งถังหนึ่งเขาจะขายกันหนึ่งเชเขล และข้าวบารลีสองถังเชเขลที่ประตูเมืองสะมาเรีย...” พี่น้องที่รัก พระคุณของพระเจ้าอยู่เหนือความนึกคิดของเรา คนของพระเจ้าหลายคนกำลังรอคอยให้พระคุณในการช่วย***้ของพระองค์มาถึงเร็วๆ โดยไม่รู้ว่าพระคุณนั้นมาถึงแล้ว และตอนนี้ก็เป็นเวลาที่จะรับพระคุณ!

ข้อ 2 ตรงนี้กล่าวถึงนายทหารคนสนิทของพระราชาที่พูดกับเอลิชาว่า “สิ่งนี้จะเป็นขึ้นได้หรือ ที่ข้าวบารลีสองถังจะขายหนึ่งเชเขล ถ้าพระเจ้าไม่ทรงเปิดบัญชรแห่งฟ้าสวรรค์” เอลิชาตอบว่า “ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ สิ่งนี้ก็จะเกิดขึ้น” โอ พระคุณอันไม่อาจหยั่งได้ของพระเจ้า! พระคุณของพระเจ้าที่อยู่เหนือความปรารถนาและความเข้าใจของเรา พระคุณของพระเจ้าที่ยังคงอยู่กับเรา ก่อนผมมาเทศน์ที่นี่ ผมไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะมีฝูงชนมากมายมาร่วมประชุมในคืนนี้

ตอนผมไปหูโจว ผมหวังจะได้เห็นเพียง 200 คนบังเกิดใหม่ ดังนั้น ผมจึงอธิษฐานขอคนเพียง 200 นี้ อย่างไรก็ตาม ในวันแรก มี 400 คนมาร่วมประชุม และ 300 คนได้รับความรอด! ในวันที่สอง มีกว่า 1,000 คนมาเข้าร่วม เราจึงต้องไปจัดการประชุมบนสนามแทน และเกือบ 1,000 คนได้รับความรอด รวมถึงลูกชายของศิษยาภิบาลด้วย ซึ่งพูดกับผมว่า “มิสเตอร์ซง ผมไม่เคยรู้จักพระคุณของพระเจ้าเลยจนกระทั่งเดี๋ยวนี้” พี่น้องที่รัก ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ พระคุณของพระเจ้าต้องมาถึงคุณ พระคุณของพระองค์ช่างยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์อะไรเช่นนี้!

ข้อ 3 สรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า! มีคนโรคเรื้อนสี่คนผู้ปฏิเสธจะยอมตาย ได้ลุกขึ้นแล้วพยายามหาทางรอด น่าเวทนาเหลือเกินที่หลายคนเลือกการตาย โดยไม่เคยปรารถนาจะหาทางออกเลย และยังมีอีกหลายคนกำลังต่อสู้อยู่ในความทุกข์โศกในแต่ละวัน พวกนี้เหมือนกันที่ไม่เคยคิดหาทางออกเลย!

ข้อ 4 อัศจรรย์แห่งการอัศจรรย์ คนโรคเรื้อนทั้งสี่นี้คิดหาทางออก พวกเขาพูดกันว่า “เราจะนั่งที่นี่จนตายทำไมเล่า ถ้าเราเข้าไปในเมือง เราก็อดตายเหมือนกัน ฉะนั้นจงมาเถิด ให้เราเข้าไปในค่ายของคนซีเรีย” ตอนนี้ ผมไม่ได้เห็นด้วยกับการยอมจำนนของพวกเขา แต่ผมเห็นด้วยกับการตัดสินใจหาทางออก

พี่น้องคริสเตียนหญิงคนหนึ่งในเซี่ยงไฮ้เขียนจดหมายมาเล่าให้ผมฟังเรื่องคุณแม่ของเธอ ซึ่งอายุแค่ 30 กว่าๆ แต่มีลูกสิบคนแล้ว แต่ลูกทุกคนตายหมดยกเว้นเธอคนเดียว เธอเล่าว่า “แม่ของดิฉันเป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัดมาก พระพุทธรูปบอกท่านว่าพวกบรรพบุรุษของท่านที่อยู่ในนรกต้องการใช้เงิน ดังนั้นพวกเขาจึงเอาชีวิตลูกๆ ของท่านไปนรก เพื่อเอาไปขาย ตอนนี้ หนทางเดียวที่ท่านจะรักษาลูกสาวที่เหลืออยู่คนเดียวนี้ได้ คือต้องนำเงินมาถวายสักการะปิศาจเหล่านั้น เมื่อแม่ถามว่าต้องใช้เงินเท่าไร คำตอบคือ 200 เหรียญ และท่านก็นำเงิน 200 เหรียญนั่นไปถวายจริงๆ แต่เมื่อท่านไปถามพระพุทธรูปอีกครั้งหนึ่ง ก็ได้รับคำตอบว่า “บรรพบุรุษของเจ้ายังจนกรอบอยู่เลย ดังนั้น ในวันที่ 8 เดือนเก้า พวกเขาจะมาเอาชีวิตลูกสาวเจ้าไปขายที่ในนรก” แม่ของดิฉันหวาดกลัวสุดชีวิต ท่านจึงไปที่โบสถ์และขอให้ศิษยาภิบาลอธิษฐานให้ท่าน สิ่งนี้ทำให้เราเกิดสันติสุขและไม่มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับฉันซึ่งเป็นลูกสาวของท่านเลย หลังจากนี้ ท่านก็เอาค้อนไปทุบพระพุทธรูปจนแตกเป็นชิ้นๆ”

พี่น้องชายหญิงที่รัก ซาตานได้กดขี่ผู้หญิงคนนี้อย่างมาก เธอจะทำอะไรได้นอกจากต่อสู้เพื่อหาทางออก ช่างน่ายินดีอะไรเช่นนี้! ในทุกวันนี้ มีกี่คนที่ตกอยู่ในความเจ็บปวดและทุกข์ลำเค็ญในอำนาจของปิศาจร้าย ไม่ว่าจะเป็นปิศาจบุหรี่ ปิศาจการพนัน หรือปิศาจสุรา ทำไม่พวกท่านจึงไม่หาทางออกล่ะ

ข้อ 5 และ 6 คนโรคเรื้อนทั้งสี่พบหนทางไปสู่ค่ายของคนซีเรีย แต่เมื่อพวกเขาไปถึงที่นั่น พวกเขาก็ไม่เห็นใครสักคนอยู่ในค่าย “ฮ่า ฮ่า!” พวกเขาหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง “มีของกินมากมาย! เราช่างโชคดีอะไรอย่างนี้ แล้วยังไม่มีใครมาต่อสู้กับเราอีก...” พี่น้องชายหญิงที่รัก การงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ช่างเป็นเรื่องอัศจรรย์อะไรเช่นนี้ ถ้าคนหนึ่งเต็มใจที่จะอยู่ภายใต้การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อแสวงหาทางออก เขาก็จะพบหนทางที่น่าพิศวงรออยู่เบื้องหน้า และยังจะน่าพิศวงมากกว่านั้นอีก ครั้งหนึ่ง หลังเทศนาเสร็จ ผู้กลับใจใหม่คนหนึ่งพูดกับผมว่า “มิสเตอร์ซง ผมมีปัญหามากตอนที่ผมตัดสินใจว่าจะมาร่วมงานประชุมของคุณในวันหนึ่งหรือไม่ ในตอนแรกผมพบว่าคำเทศนาของคุณไร้รสชาติอย่างแท้จริง แต่ผมก็ตัดสินใจมานั่งฟังจนจบ ขณะผมตั้งอกตั้งใจฟังคำเทศนาของคุณนั้น หัวใจผมก็เริ่มเต้นแรงขึ้น...แรงขึ้น ตอนที่คุณพูดว่า ‘ใครที่เป็นคนบาปให้ยกมือขึ้น’ ตอนแรกผมก็ไม่กล้า แต่ต่อมาผมก็ยกมือ ผมออกไปข้างหน้า ขณะที่ผมเดินออกไปนั้น ความบาปทั้งหมดที่ผมเคยทำมาในอดีตก็ไหลบ่าเข้ามาอยู่ต่อหน้าต่อตาผม ผมรู้สึกเป็นทุกข์ แต่ขณะที่ผมวางใจในพระเยซู ความบาปที่หนักเป็นตันๆ นั้นก็หลุดออกไปจากผม ผมชื่นชมยินดีอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน” พี่น้องที่รัก ถ้าคนคนหนึ่งต้องการจะได้รับความรอด เขาก็จะพบความรอดที่น่าอัศจรรย์ และยังน่าอัศจรรย์มากกว่านั้นอีก

ข้อ 7 และ 8 คนโรคเรื้อนสี่คนนั้นตื่นเต้นที่ตอนนี้ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติเหล่านั้น เนื่องจากกองทัพของคนซีเรียตกใจกลัว เพราะเสียงรถรบกับเสียงม้าที่ได้ยินเมื่อคืนก่อน และได้หนีเอาชีวิตรอด พระคุณของพระเจ้าประทานแก่เราเปล่าๆ ดังนั้น โดยไม่มีอาวุธและไม่ต้องยกแม้เพียงนิ้วเดียวขึ้นมาต่อสู้ คนโรคเรื้อนเหล่านั้นก็มีของกินมากมาย มีเหลือเฟือ แถมยังมีอีกมากที่พวกเขาไม่สามารถขนเอาไปได้ โอ้ พระคุณอันไม่สิ้นสุดของพระเจ้า

คืนหนึ่งผมฝันว่า ผมเห็นชายคนหนึ่งทำเงินจำนวนมากหล่น ผมจึงเริ่มหยิบเงินขึ้นมา ผมหยิบเงินขึ้นมาทุกเหรียญ แต่พอผมตื่น ผมก็ไม่มีเงินสักเหรียญอยู่ในมือเลย นั่นเป็นธรรมชาติของความฝัน แต่พระคุณของพระเจ้าไม่ใช่ความว่างเปล่าไร้สาระเช่นนั้น ไม่ใช่ความฝัน พระคุณของพระเจ้าเป็นสิ่งจริงแท้ สิ่งนี้ท้าทายการนับพระคุณของเรา พระคุณของพระเจ้าไม่เพียงแต่สร้างความพึงพอใจแก่ท้องที่ร้องด้วยความหิวของคนโรคเรื้อน สิ่งนี้ยังไม่เพียงพอ...

ข้อ 9 ข้อนี้มีค่าที่สุด คนโรคเรื้อนทั้งสี่นั้นเมื่อได้กินจนพอใจแล้ว ก็คิดถึงเพื่อนร่วมชาติที่หิวโหยอยู่ พวกเขาจึงตกลงกันว่า “ถ้าเรานิ่งอยู่และคอยจนแสงอรุณขึ้นโทษจะตกอยู่กับเรา เพราะฉะนั้นมาเถิด ให้เราไปบอกยังสำนักพระราชวัง” พี่น้องชายหญิงที่รัก พวกท่านกี่คนที่กำลังฝังของประทานของตน เช่นพวกท่านไม่เคยออกไปบอกข่าวประเสริฐ...ไปประกาศพระกิตติคุณเลย! เปาโลบอกว่า “วิบัติจงเกิดแก่ข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าไม่เทศนาพระกิตติคุณ” ตอนนี้ผู้คนในเซี่ยเหมินไม่มีอะไรจะกิน ขณะที่พวกท่านอิ่มหนำสำราญ มองโกเลีย ไคว่โจว และยูนนานก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่กำลังอดตายอยู่นับไม่ถ้วน พวกเขาไม่เคยได้ลิ้มรสพระคุณของพระเจ้าเลย พี่น้องที่รัก “วิบัติจงเกิดแก่ข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าไม่เทศนาพระกิตติคุณ”

ให้เรามาดูกันว่าสิ่งที่ทั้งสี่คนรายงานคืออะไร พวกเขาได้เทศนาพระกิตติคุณ พวกเขาได้เป็นพยานอย่างแข็งขัน เพราะวิบัติจะมาถึงพวกเขาถ้าเขาไม่เทศนาข่าวประเสริฐ พี่น้องที่รัก ให้เราจำไว้ว่า บาปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการไม่เทศนาพระกิตติคุณ

ข้อ 10 และ 11 ตอนนี้พวกเขากำลังออกเดินทางไปบอกสำนักพระราชวัง พวกเขาบอกนายประตูเมือง และนายประตูเมืองก็เชื่อเพราะเขาเห็นคนโรคเรื้อนทั้งสี่ได้กินอาหารอิ่มหนำ ผู้คนเชื่อพวกเขาเพราะพวกเขาได้กินอาหารมาจนอิ่ม

ครั้งหนึ่ง มีชายคนหนึ่งขายยาปลูกผม เขาคุยโม้เกี่ยวกับยาปลูกผมขณะเร่ขายว่า “ถ้าท่านซื้อยาปลูกผมแล้วนำไปถูบนศีรษะที่ล้านของท่าน ผมของท่านก็จะขึ้น” เด็กเล็กๆ คนหนึ่งมาดึงหมวกที่เขาสวมอยู่ออก แล้วพูดว่า “น้าเพิ่งพูดว่า ‘ถ้าท่านเอายาปลูกผมมาถูบนหัวแล้วผมจะขึ้น’ แต่ดูสิ ตัวน้ายังหัวล้านอยู่เลย ทำไมไม่ทำอย่างที่พูดล่ะ” ช่างน่าขันอะไรอย่างนี้! คนหัวล้านเร่ขายยาปลูกผม! นี่ก็เหมือนชายคนหนึ่งที่ไม่เคยบังเกิดใหม่เลย แต่กลับเทศนาเรื่อง “ความรอดผ่านทางการบังเกิดใหม่” น่าหัวเราะจริงๆ! ทำไมทุกวันนี้โบสถ์จึงได้เคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้านัก เพราะว่าในโบสถ์มีคนหัวล้านหลายคนพยายามจะขายยาปลูกผมน่ะสิ ใครจะไปซื้อล่ะ คนโรคเรื้อนทั้งสี่เหล่านี้ได้กินอาหารจนพุงกาง พวกเขากำลังทำให้นายประตูเมืองเชื่อ ขอให้พวกท่านพูดเช่นเดียวกันว่า “เราได้ไปงานประชุมฟื้นฟูมา เราได้กินอาหารฝ่ายวิญญาณมาจนอิ่มเลย” ก่อนที่ท่านจะท้าชวนพวกเพื่อนๆ ให้มาเชื่อ ตอนนี้ท่านสามารถสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและทำให้คนอื่นๆ เชื่อได้

ข้อ 12 นายประตูเมืองกล่าวว่า “ให้ข้าไปทูลพระราชา” ตอนนี้ เมื่อพระราชาทรงตื่นจากบรรทมตอนกลางดึก พระองค์ก็ทรงมีอคติ ตรัสว่า “บางทีคนซีเรียอาจออกไปซ่อนตัวอยู่นอกค่ายที่กลางทุ่งคิดว่า ‘เมื่อเขาออกมาจากในเมืองเราจะจับเขาทั้งเป็น’” ในกรณีเช่นนั้น พระเจ้าจะทรงสามารถเปิดประตูแห่งพระคุณได้หรือ

ข้อ 13 และ 14 บางคนได้ทูลพระราชาว่า “อย่าทรงมีอคติเลยพระเจ้าค่ะ ให้เราส่งคนห้าคนไปดู” เมื่อทั้งห้าคนกลับมาแล้ว พวกเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ศัตรูได้ถอยทัพไปแล้ว! ตลอดทางมีเสื้อผ้าและเครื่องใช้ซึ่งคนซีเรียทิ้งเมื่อเขารีบหนีไป” ตอนผมเทศนาอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ โบสถ์ในหังโจวได้ส่งตัวแทนสี่คนมาฟังผมเทศน์ เพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่าจะเชิญผมไปเทศน์ดีหรือไม่ เมื่อทั้งสี่คนได้รับความประทับใจจากคำเทศนาของผมแล้ว พวกเขาก็เชิญผม เมื่อผมไปถึงหังโจว ศิษยาภิบาลผู้แสนวิเศษวิโสของโบสถ์นั้นก็ต่อต้านผมอย่างรุนแรง เขามีลูกชายคนหนึ่งซึ่งติดการพนันและไม่เคยอ่านพระคัมภีร์เลย อัศจรรย์แห่งการอัศจรรย์ ขณะที่คนอื่นๆ ยังไม่ได้รับความรอด เขากลับได้รับความรอด เขากลับใจใหม่ เขาเปลี่ยนแปลง เขาจัดตั้งทีมประกาศพระกิตติคุณขึ้นหลายทีม เขาบอกพ่อของเขาว่า “พ่อต่อต้านการประชุมฟื้นฟู แต่ผมกลับใจใหม่ในงานฟื้นฟู ตอนนี้ผมไม่เล่นการพนันแล้ว ผมชอบอ่านพระคัมภีร์” พี่น้องที่รัก เมื่อมนุษย์ต่อต้านท่าน อย่าเพิ่งท้อใจ ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายท่าน ทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไข

อีกครั้งหนึ่งเมื่อผมไปซัวเถา ผมไม่ได้รับคำเชิญให้เทศนาในวันแรก มีเพียงแห่งเดียวที่เชิญผม หลังจากการประชุมครั้งแรกผ่านพ้นไป มีกว่า 200 คนบังเกิดใหม่ และการประชุมครั้งที่สองมีคนกว่า 1,000 คนเข้าร่วม หลังจากนี้ ทุกโบสถ์ก็เชิญผมไปเทศน์ พี่น้องที่รัก ถ้าท่านเทศนาความจริง ท่านไม่จำเป็นต้องวิตกแม้เมื่อท่านถูกต่อต้าน

ข้อ 16 และ 17 ประตูแห่งพระคุณของพระเจ้าก็เปิดออก! ทุกคนออกไป! ไม่มีความจำเป็นต้องเชื้อเชิญหรือบังคับ พวกเขาถลันออกไปสุดความสามารถ ทุกคนกำลังจะตายเพราะความหิว และทุกคนก็ดิ้นรนเพื่อหาอาหาร ถ้าสิ่งที่ท่านเทศนาคือพระกิตติคุณ ผู้คนก็จะมาฟัง ถ้าสิ่งที่ท่านเทศนาคือความจริง เราก็ไม่ต้องวิตกว่ามนุษย์จะมาต่อต้านเรา ตอนผมเทศนาอยู่ในกว่างโจว นักสืบและตำรวจถูกส่งมาจับตัวผม เมื่อพวกเขากำลังจะเข้าจับกุมผม นักเรียนนักศึกษากลุ่มหนึ่งก็ประท้วง นี่เป็นการช่วยเหลือจากพระเจ้าอย่างแท้จริง

อีกครั้งหนึ่งตอนที่ผมไปเทศนาในโบสถ์อีกแห่งหนึ่ง มีประกาศติดไว้ ข้อความว่า “ห้ามจัดการประชุม” แต่นี่ไม่สามารถหยุดฝูงมหาชนไม่ให้มาเข้าร่วมได้ เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังทรงทำงาน ใครจะสามารถต่อต้านได้ล่ะ พระเจ้าตรัสว่า “ข้าวบารลีสองถังจะขายกันหนึ่งเชเขล” จริงหรือ ใช่แน่หรือ พระคุณของพระเจ้านั้นไม่อาจหยั่งได้

ข้อ 18 พระคำของพระเจ้าเป็นความจริงใช่ไหม แน่นอนที่สุด ใครก็ตามที่ไม่เชื่อก็กลายเป็นหินสะดุด แต่คนเช่นนั้นก็จะถูกเหยียบจนตาย! ถ้าเราเทศนาพระคำอย่างถูกต้อง แน่นอนที่ซาตานต้องพ่ายแพ้ ตอนนี้พวกท่านบังเกิดใหม่แล้ว ท่านก็ได้รับพระพร ถ้าท่านไม่เทศนาพระกิตติคุณ วิบัติก็จะตามมา!

พระเจ้าทรงเรียกผมเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1926 พระองค์ทรงประสงค์จะให้ผมเทศนา แต่หลายครั้งที่ผมไม่อยากทำ เพราะการเทศนาเป็นงานยาก ถ้าผมเป็นครู จะไม่มีใครมารบกวนหรือทำให้ผมยุ่งยากใจเลย แต่เมื่อผมเริ่มเทศนา ผมก็พบว่าตัวเองมีศัตรูมากมาย ถ้าท่านเทศนา ท่านต้องแบกกางเขน ทั้งชีวิตของท่านจะต้องถูกแขวนไว้บนกางเขน ผู้คนมากมายหลายพันยังคงอยู่ในการยึดกุมของซาตาน “วิบัติจงเกิดแก่ข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าไม่เทศนาพระกิตติคุณ”

พี่น้องที่รัก เราได้รับอาหารฝ่ายวิญญาณจนอิ่มแล้ว วิบัติจงเกิดแก่เรา ถ้าเราไม่เทศนาพระกิตติคุณ

***************



ผู้ตั้งกระทู้ ผู้รับใช้ :: วันที่ลงประกาศ 2005-08-23 19:28:35 IP :


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (206835)

ขอขอบคุณมากที่ได้ลงคำเทศนาของ ดร. จอห์น ซง

ขอพระเจ้าทรงอวยพร

ผู้แสดงความคิดเห็น จุงซิก คิม / ผู้อำนวยการศูนย์ทีรันนัส วันที่ตอบ 2005-08-26 08:11:15 IP :


ความคิดเห็นที่ 2 (208677)

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรพระคำแห่งการหนุนใจ

โดยผ่าน ดร.จอห์น ซง  

ขอพระเจ้าอวยพร

ผู้แสดงความคิดเห็น นพดล วิลาศ วันที่ตอบ 2005-08-28 00:14:21 IP :


ความคิดเห็นที่ 3 (3197226)
the elevation changes will surprise most native louisianans uggs as many have no clue such a trail exists in the area ugg shoes ugg boot for sale it will come as australia boots for sale
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (stwanc-at-hushmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-08-24 23:39:58 IP : 125.121.215.19


ความคิดเห็นที่ 4 (3206305)
designer handbags designer handbags pink prada handbag pink prada handbag fake handbags fake handbags replica handbags replica handbags
ผู้แสดงความคิดเห็น 1 (sbirzd-at-163-dot-com)วันที่ตอบ 2010-09-28 10:47:41 IP : 125.118.236.35



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.