ReadyPlanet.com


พระธรรมสดุดีบทที่ 23 ในมุมมองของผู้เลี้ยงแกะ


พระธรรมสดุดีบทที่ 23 ในมุมมองของผู้เลี้ยงแกะ
(แปลจาก Psalm 23: A Shepherd"s Perspective ใน http://www.sonic-edge.org/forum/viewtopic.php?t=72)

“ชาโลม...สันติภาพจงมีแก่เพื่อนๆ ทุกคน ผมชื่อ เยชูวา เบน โยเซฟ
ผมมาจากดินแดนเก่าแก่ที่ชื่อว่าปาเลสไตน์และมีอาชีพที่ต่ำต้อย คือเป็นผู้เลี้ยงแกะ
ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับอนุญาตให้มาพูดกับพวกคุณในวันนี้ พวกคุณทราบดีว่า ในประเทศของผม
อาชีพนี้ไม่ค่อยมีคนนิยมชมชอบนัก สำหรับเพื่อนร่วมชาติส่วนใหญ่ของผมนั้น
มันเป็นงานที่ต้องหลีกหนีให้ไกลห่างเพราะมีชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน งานก็สกปรกและเหน็ดเหนื่อยยิ่ง
คุณน่าจะได้มาเห็นเท้าที่ด้านหนาของผม และค่าแรงก็...เอ้อ
อยากจะบอกว่าคุณจะไม่มีวันร่ำรวยด้วยการเลี้ยงแกะเป็นอาชีพหรอก ผมเรียนรู้อาชีพนี้จากพ่อของผม
และผมก็สานต่ออาชีพนี้อันถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัว

ศิษยาภิบาลของคุณคิดว่าการให้ผมมาพูดเกี่ยวกับอาชีพที่ต่ำต้อยของผมให้คุณฟังในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพ
วกคุณ จริงๆ แล้วผมไม่แน่ใจว่าผู้เล็กน้อยอย่างผมจะมาสอนคุณได้หรือเปล่า
แต่ผมจะเล่าทุกสิ่งที่ผมรู้ให้คุณฟัง

คุณรู้หรือไม่ว่าในพระคัมภีร์ไบเบิลที่คุณอ่านนั้น
พระเจ้าตรัสถึงประชากรของพระองค์ซึ่งก็คือคุณกับผมว่าเป็น “แกะ” ถึงเกือบสองร้อยครั้ง
คุณอาจจะไม่เคยพิจารณาถึงความสำคัญของการเปรียบเทียบนั้น แต่ผมคิด
เพราะว่าผมทำงานกับฝูงแกะทั้งวันทั้งคืน ให้ผมเล่าให้คุณฟังว่าการถูกเรียกว่าเป็น “แกะ”
นั้นไม่ได้เป็นการยกย่องชมเชยเลย ทำไมไม่เรียกว่านกอินทรีย์ที่สง่าผ่าเผย รวดเร็วว่องไว และงดงามล่ะ
เปล่า พระเจ้าทรงเรียกพวกเราว่าเป็นแกะของพระองค์ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะ
แต่การถูกนำไปเปรียบเทียบกับพวกมันนั้นกลับกลายเป็นการดูหมิ่น
บางทีแกะอาจจะเป็นสัตว์ที่โง่เขลาที่สุดในโลก พวกคุณเคยเห็นแกะที่ถูกฝึกเพื่อแสดงละครสัตว์ไหม
คุณจะเห็นพวกช้าง ม้า หมี แมวน้ำ และแม้แต่ฮิปโปในคณะละครสัตว์ แต่ไม่ใช่แกะ
เพราะพวกมันโง่เกินกว่าจะถูกนำมาฝึกได้ แล้วมันยังสกปรกอีกด้วย
ขนแกะที่คุณเห็นในรูปเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มนั้นได้รับการชำระล้างให้สะอาดแล้ว
ขนแกะที่อ่อนนุ่มเป็นปุยไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่คุณเห็นในจอทีวีหรอกนะครับ
เพราะแกะจะไม่มีวันและจะไม่สามารถทำความสะอาดขนของมันเองได้
พวกผู้เลี้ยงแกะหรือคนงานถูกจ้างมาให้ทำงานนี้ ไม่เพียงแต่มันจะโง่ทึ่มและสกปรกแล้ว
มันยังป้องกันตัวเองไม่ได้อย่างสิ้นเชิงด้วย พวกมันไม่มีอุ้งเล็บ ไม่มีเขี้ยว และก็ไม่มีปีก
พวกมันวิ่งได้ไม่เร็ว อีกทั้งก็ไม่สามารถทำให้ศัตรูกลัวและหนีไป
เพราะมันไม่มีทั้งเสียงคำรามกึกก้องหรือการปล่อยกลิ่นที่เป็นพิษใส่สัตว์กินเนื้อได้
ทั้งหมดที่มันทำได้ก็คือการส่งเสียงร้องอย่างแกะ

แกะต้องพึ่งพาผู้เลี้ยงอย่างสิ้นเชิง ชีวิตและความผาสุกของมันขึ้นอยู่กับคนที่คอยดูแลพวกมันในแต่ละวัน
ถ้าพระเจ้าทรงเรียกพวกเราว่าเป็นแกะของพระองค์ ผมก็อยากรู้ว่าพระองค์กำลังทรงพยายามจะตรัสอะไร

บางทีคุณอาจจะเข้าใจพระเจ้าดีขึ้นเล็กน้อยถ้าคุณไปเลี้ยงแกะกับผมสักวันหนึ่ง
มาเรียนรู้การเลี้ยงแกะกับผมกันเถอะครับ

เราเริ่มงานแต่เช้าก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น งานของผมคือหาอาหารกับน้ำให้แกะของผม ซึ่งไม่ใช่งานง่ายๆ เลย
คุณรู้ดีว่าในประเทศของผมนั้นผืนดินแห้งแล้ง
เราไม่มีทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่อย่างที่ฝูงแกะกับบรรดาปศุสัตว์ของคุณได้ใช้เป็นแหล่งอาหารหรอก
พวกคุณเพียงแต่ปล่อยสัตว์เหล่านั้นให้ออกไปหาอาหารกินได้อย่างสบาย แต่ไม่ใช่ในประเทศของผม ไม่เลย
เพราะหญ้าจะหาได้เฉพาะในทางแคบๆ ซึ่งคั่นด้วยแนวหินยาวๆ ที่เต็มด้วยฝุ่น เว้นแต่ในช่วงฤดูฝน
น้ำที่เกิดจากน้ำพุหรือบ่อน้ำธรรมชาติจะแผ่กระจายเป็นหย่อมๆ
ดังนั้นบางครั้งผมจึงต้องนำฝูงแกะของผมเดินไปเป็นระยะทางหลายไมล์เพื่อจะได้เจอหญ้าในบริเวณเพียงสองสามหล
าหรือเพื่อจะดื่มน้ำอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้เองที่เราต้องตื่นแต่เช้ามืด
เพราะต้องใช้เวลาทั้งวันที่จะหาแหล่งน้ำและอาหารให้ฝูงแกะ

ผมรู้จักบริเวณที่ผมเลี้ยงแกะเป็นอย่างดี
ผมได้เดินสำรวจบริเวณเหล่านี้ทุกตารางฟุตมาหลายครั้งหลายหนแล้ว
ดังนั้นผมจึงสามารถนำแกะของผมออกเดินหาน้ำหาอาหารกินได้
คุณอาจจะนึกภาพว่าการเลี้ยงแกะนั้นเหมือนกับคนต้อนฝูงสัตว์ในหนังคาวบอยตะวันตก
พวกเขาจะขี่ม้าและต้อนฝูงสัตว์อยู่ข้างหลังเพื่อทำให้บรรดาสัตว์เหล่านั้นเดินไปข้างหน้า
แต่การเลี้ยงแกะแตกต่างจากนั้น คือผมต้องเดินอยู่ข้างหน้าฝูงแกะและพวกมันก็เดินตามผม ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน
พวกมันก็จะตามผมไป และถ้าผมไม่คุ้นเคยหรือไม่รู้จักภูมิประเทศดีหรือพวกแกะถูกทิ้งไว้ตามลำพัง
พวกมันก็จะอดตาย ผมจึงต้องเป็นผู้นำมัน ผมรู้ว่ามีหญ้าอยู่ที่ไหนบ้างเพราะผมไปสำรวจมาก่อนแล้ว

เราใช้เวลาตลอดช่วงเช้าในการเดินทางจากทุ่งหญ้าหนึ่งไปยังอีกทุ่งหญ้าหนึ่ง พอถึงเที่ยงวัน
แกะก็จะเหนื่อยและหิวน้ำ พวกมันต้องการอาหารและน้ำไม่อย่างนั้นก็ต้องตาย ตามทางที่ผมพาแกะไปนั้น
ผมรู้จักแหล่งน้ำหลายแหล่ง ตามสถานที่เหล่านี้จะมีร่มเงาและทุ่งหญ้าเขียวชอุ่มสำหรับให้แกะกินและพักผ่อน
ผมให้พวกมันนอนลงเพื่อดื่มน้ำ พูดถึงตอนนี้ คุณรู้ไหมว่าแกะจะดื่มน้ำจากแอ่งหรือบ่อน้ำนิ่งเท่านั้น
โดยธรรมชาติแล้ว พวกมันกลัวบริเวณที่น้ำไหลอย่างรวดเร็ว และความกลัวของมันก็มีเหตุผล
เพราะถ้าแกะลื่นตกลงไปในแม่น้ำหรือลำธาร ขนของมันจะอมน้ำจนเปียกโชก และแกะก็ว่ายน้ำไม่เก่งด้วย
ดังนั้นน้ำหนักขนที่ชุ่มน้ำจะทำให้มันจมน้ำตาย นั่นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแอ่งน้ำจึงต้องสงบหรือไหลช้าๆ
ถ้าผมไม่สามารถหาแหล่งน้ำเช่นนั้นได้ ผมก็ต้องสร้างบ่อน้ำขึ้นมาเองแล้วผันน้ำจากลำธารเข้ามา
ตอนนี้คุณกำลังเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าการเลี้ยงแกะนั้นยากลำบากเพียงไร

แกะของผมจะมีความสุขและมีทุกสิ่งที่พวกมันต้องการตราบใดที่มันเดินตามผม ผมจะนำมันไปตามหนทางเก่าๆ
ที่ผมรู้ดีว่าจะหาอาหารและน้ำให้มันกินได้ พวกมันต้องการการนำทางจากผม

แกะของผมต้องการการปกป้องคุ้มครองด้วยเช่นกัน ผืนดินที่เราออกเดินไปนั้นเต็มไปด้วยอันตราย
สัตว์กินเนื้อจำพวกสิงโตและหมีมักจะไล่ตามฝูงแกะ บางครั้งก็จะมีฝูงสุนัขป่ามาก่อกวน
และพืชบางชนิดที่ดูเหมือนปลอดภัยและมีรสชาติอร่อยลิ้น ก็อาจมีพิษได้
แกะอาจจะเดินสะดุดตกหน้าผาหรือตกลงไปในหุบเขาลึกและตายได้ แต่แกะของผมไม่จำเป็นต้องกลัวอันตรายใดๆ
ผมจะเฝ้าระวังพวกมัน ถ้ามันเริ่มจะเตร่ออกนอกทาง ผมก็จะมีไม้เท้าของผู้เลี้ยงที่จะกระทุ้งให้มันกลับมา
ถ้าพวกมันตกลงไปในหลุมหรือห้วยลึก
ผมก็จะใช้อีกด้านหนึ่งของไม้เท้าหย่อนลงไปแล้วดึงมันขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ผมถือไม้สองอัน
อันหนึ่งเป็นไม้เท้า แต่อีกอันหนึ่งเป็นไม้กระบอง
ไม้เท้าใช้สำหรับแกะของผมแต่กระบองใช้สำหรับพวกสัตว์ล่าเหยื่อทั้งหลาย แม้ว่าแกะของผมจะโง่และทึ่ม
แต่ผมก็ผูกพันกับพวกมัน ผมจะต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อรักษาชีวิตของพวกมัน
แต่เมื่อคนเลี้ยงแกะกับพวกคนงานที่ถูกจ้างมาเลี้ยงแกะที่ผมรู้จัก
ได้เห็นผมต่อสู้กับสัตว์ล่าเนื้อตัวโตสองสามตัวนั้น พวกเขาก็หัวเราะและพูดแหย่ว่า
สักวันหนึ่ง***พวกสิงโตและหมีตัวใดตัวหนึ่งนั้นจะต้องกินผมเป็นอาหารแน่ นั่นอาจจะจริง
แต่ผมก็บอกพวกคุณได้ว่าผมจะไม่วิ่งหนีหรือเพิกเฉยเหมือนกับพวกขี้ขลาดเหล่านั้นหรอก ไม่เลย
เพราะนั่นคือความแตกต่างระหว่างผู้เลี้ยงที่ดีและผู้เลี้ยงที่ไม่ดี
ผู้เลี้ยงที่ดีจะสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ

ตราบใดที่พวกแกะเดินตามผม ผมก็จะนำพามันและปกป้องคุ้มครองมัน มันเป็นงานที่หนักและลำบาก
แต่ผมก็มักต้องทำให้แน่ใจว่าแกะของผมมีอาหารกิน
ผมมักจะตรวจสอบทุ่งหญ้าเหล่านั้นก่อนที่จะปล่อยให้มันไปกิน และถ้ามีพืชที่เป็นพิษในบริเวณนั้น
ผมก็จะถอนมันออกทีละต้นจนหมด ผมจะตรวจดูพื้นดินว่ามีรูงูหรือเปล่าด้วย
ผมบอกคุณได้ว่าในดินแดนของผมนั้นมีอันตรายรอบด้าน เรามีงูพิษตัวเล็กๆ
ที่อาศัยอยู่ใต้ดินในทุ่งหญ้าบางแห่ง เมื่อพวกมันรู้สึกว่ามีแกะมากินหญ้า
มันก็จะโผล่หัวอันน่าเกลียดออกมาจากรูและกัดจมูกแกะ
การติดเชื้อหรือพิษที่เกิดจากการถูกกัดสามารถทำให้พวกแกะตายได้
แต่ผมก็มีทางแก้สำหรับเจ้างูพิษชั่วร้ายตัวเล็กๆ เหล่านั้น โดยผมจะเดินไปทั่วบริเวณเพื่อหารูงูเหล่านั้น
ถ้าผมพบ ผมก็จะเทน้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อยลงไปตรงปากรู
แล้วผมก็จะเอาน้ำมันทาตรงหัวและจมูกของแกะแต่ละตัวแล้วปล่อยให้พวกมันกินหญ้า
น้ำมันมะกอกจะป้องกันลำตัวที่เนียนเป็นมันของงูไม่ให้เลื้อยขึ้นมาจากรูได้ ดังนั้น
พวกมันจึงไม่สามารถทำอันตรายแกะของผมได้ ผมรู้สึกขำที่เฝ้ามองลูกแกะตัวน้อยๆ
ของผมกำลังปิกนิกกันต่อหน้าต่อตาศัตรูของพวกมัน

พอตกเย็นเราก็พากันกลับคอก ผมจะสำรวจแกะแต่ละตัว ถ้าผมพบรอยข่วนหรือบาดแผลบนตัวแกะ ผมก็จะทาขี้ผึ้งให้
ผมต้องให้แน่ใจว่าพวกมันมีน้ำกิน ถ้าผมพบว่าแกะตัวใดหิวน้ำ ผมก็จะทำถังรูปถ้วยใส่น้ำให้มันดื่มเอง
บางครั้งแกะเหล่านั้นจะกระหายน้ำมากจนพวกมันยื่นหัวเข้าไปในถังอย่างเร็วเกิน
และยื่นหัวเข้าไปมากจนน้ำล้นออกมาจนทำให้หัวมันเปียก

ก่อนเข้านอน ผมก็มักจะนับแกะในฝูงของผม บางครั้งบางคราวจะมีลูกแกะสักตัวหลงทาง
และไม่มีสิ่งใดน่ากลัวเกินกว่าการที่แกะไม่มีผู้เลี้ยง ผมก็จะออกไปตามหาทันทีและนำมันกลับเข้าคอก

นานๆ ครั้งที่ลูกแกะของผมสักตัวจะมีนิสัยชอบเตร็ดเตร่ออกนอกเส้นทาง ผมจำตัวหนึ่งได้
ผมตั้งชื่อให้มันว่า
เจ๊ค บรรพบุรุษของเจ๊คเป็นแกะรุ่นแรกๆ ของผม ผมเรียกปู่ของเจ้าเจ๊คว่าเจ้าเฒ่าอาเบ
ส่วนพ่อของเจ้าเจ๊คชื่อไอแซค
ทั้งเฒ่าอาเบกับไอแซคนั้นเดินตามผมอย่างสัตย์ซื่อและไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลย
แต่เจ้าเจ๊คน้อยจอมโกงตัวนี้ไม่ใช่ มันมักจะหายไปหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน
บางครั้งมันก็ออกไปหาหญ้าที่เขียวชอุ่มกว่ากิน และในเวลาอื่นผมก็พบว่ามันกำลังไล่ตามผีเสื้อ
มันไม่เคยตระหนักถึงอันตราย แต่ผมก็เข้าใจมันดี

ดังนั้นผมจึงต้องลงมือทำบางสิ่ง
พวกเราผู้เลี้ยงแกะจะพัฒนาวิธีการหนึ่งซึ่งจะป้องกันการชอบเตร่ออกนอกทางของแกะ
วิธีการนี้ถูกใช้เป็นวิธีสุดท้าย นั่นคือเมื่อแกะตัวใดตัวหนึ่งปฏิเสธที่จะอยู่กับฝูง
ครั้งสุดท้ายที่ผมจับได้ว่าเจ้าเจ๊คเตร่ออกนอกทาง ผมจึงใช้วิธีการนี้กับมัน
พวกคุณต้องคิดว่าวิธีนี้โหดร้าย แต่มันก็จะรักษาชีวิตแกะของผมได้
ตอนสิ้นสุดวันที่ผมพบว่าเจ้าเจ๊คน้อยเถลไถลเตร็ดเตร่ไปยังทางแคบที่สูงชันระหว่างเขานั้น
ผมก็ไปนำมันออกมาแล้วแบกมันไว้บนไหล่พากลับคอก มันไม่ดิ้นรนขัดขืน
มันเพียงแต่มองผมด้วยสายตายที่เต็มไปด้วยความเชื่อวางใจ
ผมจับมันนั่งลงแล้วผมก็จับขาขวาหน้าของมันวางไว้บนไม้เท้าของผม
แล้วด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว ผมก็ดึงกระดูกยาวตรงขาข้างนั้นของมันลงมาแล้วหักเสีย
เจ้าเจ๊คดิ้นรนเพื่อจะหนีขณะมองผมด้วยดวงตากลมโต ทันใดนั้นมันก็ล้มลงบนพื้นด้วยความเจ็บปวด
มันไม่เข้าใจว่า ทำไมคนที่หาน้ำหาอาหารให้มันกินและคอยช่วยเหลือมันให้พ้นจากภยันตราย
คนที่มันไว้วางใจคนนี้ทำให้มันเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างที่สุดที่มันเคยประสบ
ผมไม่อยากทำอย่างนั้นหรอกแต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อจะรักษาชีวิตของมันไว้

สองสามวันต่อมา เจ้าเจ๊คน้อยก็ลุกขึ้นได้ ขณะที่ฝูงแกะเคลื่อนย้ายจากทุ่งหญ้าหนึ่งไปอีกทุ่งหญ้าหนึ่ง
ผมก็แบกมันไปตลอดทาง ในช่วงวันเหล่านั้น ผมอยู่ใกล้ชิดมันตลอดเวลา มันเจ็บปวดทุกข์ทนเพราะขาหัก
แต่ขณะเดียวกันผมก็อุ้มมันไว้ใกล้หัวใจผม ผมวางมันลงเพื่อให้มันกินหญ้ากินน้ำ มันค่อยๆ
กลับมาเดินได้อีกครั้ง แต่คราวนี้ หุบเขาที่เตี้ยที่สุดก็ดูเหมือนภูเขามหึมาสำหรับมัน
และลำธารที่ตื้นเขินที่สุดก็เสมือนแม่น้ำอันกว้างใหญ่ เมื่อใดก็ตามที่มันเผชิญกับอุปสรรค
สิ่งที่มันทำก็คือหยุดเดินและมองมาที่ผม
จากนั้นผมก็จะอุ้มมันขึ้นและช่วยมันข้ามพ้นอุปสรรคปัญหาเหล่านั้น เจ๊คเรียนรู้ที่จะวางใจและเดินตาม
ผมต้องหักขาของมันเพื่อช่วยชีวิตมัน วิธีนี้ใช้ได้ผล
ปัจจุบันนี้เจ้าเจ๊คยังคงอยู่กับผมและก็เป็นแกะที่สัตย์ซื่อที่สุดตัวหนึ่งของผมด้วย

นี่เป็นวันหนึ่งในชีวิตของผู้เลี้ยงแกะ แม้ว่ามันจะไม่มีเสน่ห์ดึงดูดใจนัก
แต่มันก็เป็นการดำเนินชีวิตแบบหนึ่ง

และแม้ว่าอาชีพของผมจะไร้เกียรติ แต่มันก็ทำให้ผมอัศจรรย์ใจที่ว่า
พระเจ้าทรงเปรียบพระองค์เองเหมือนผู้เลี้ยงแกะ และทรงเปรียบประชากรของพระองค์เหมือนแกะ
ผมเข้าใจความจริงข้อนี้
นั่นคือหลังจากที่พระองค์ทรงตอบสนองความต้องการของเราด้วยการจัดหาสิ่งจำเป็นในชีวิตให้เรา
ด้วยการทรงนำเราในแต่ละวันและปกป้องคุ้มครองเรา ผมก็เชื่อว่าเราจะพึงพอใจและสงบสุขเหมือนบรรดาแกะของผม
ถ้าเพียงแต่เราเรียนรู้ที่จะไว้วางใจและติดตามพระองค์
แม้ว่าเราจะไม่เข้าใจว่าพระองค์กำลังทรงนำเราไปทางไหน หรือพระองค์กำลังทรงทำอะไรในชีวิตเรา
เราก็ต้องไว้วางใจและติดตามพระองค์ไป แล้วเราก็จะได้รับความพึงพอใจ

ขอบคุณที่นั่งฟังผมเล่า ผมต้องกลับไปทำงานแล้วครับ
การเลี้ยงแกะเป็นงานที่ไม่มีวันจบสิ้นหรอกถ้าคุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไร

สดุดีบทที่ 23
พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน
พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด
พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า
พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์
แม้ว่าข้าพระองค์จะเดินไปตามหุบเขาเงามัจจุราช ข้าพระองค์ไม่กลัวอันตรายใด ๆ
เพราะพระองค์ทรงสถิตกับข้าพระองค์
คทาและธารพระกรของพระองค์เล้าโลมข้าพระองค์
พระองค์ทรงเตรียมสำรับให้ข้าพระองค์ต่อหน้าต่อตาศัตรูของข้าพระองค์
พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ขันน้ำของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่
แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคงจะติดตามข้าพเจ้าไปตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า
และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์ อาเมน



ผู้ตั้งกระทู้ ผู้รับใช้ :: วันที่ลงประกาศ 2005-12-03 13:12:25 IP : 58.11.73.46


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (799691)

ขอพระเจ้าทรงประทานพระพรอันมากหลายแด่ ท่านอย่างมากมาย ผมขออนุญาตนำบทความของท่านนำไปลงในเวปของคริสตจักรพระผู้ไถ่ของพระเจ้า เพื่อเป็นพระพรสู่พี่น้องคริสตชนผู้เข้ามาอ่าน นะครับ

http://rccgthailand.multiply.com

ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรท่านครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น RCCG Thailand วันที่ตอบ 2007-01-29 22:05:20 IP : 124.120.149.164


ความคิดเห็นที่ 2 (3311466)

ได้อ่านแล้วซาบซึ้งและเข้าใจภาพรวมมากขึ้นค่ะ ทำให้ได้เข้าใจในประโยคนี้ยิ่งขึ้น แม้ว่าเราจะไม่เข้าใจว่าพระองค์กำลังทรงนำเราไปทางไหน หรือพระองค์กำลังทรงทำอะไรในชีวิตเรา เราก็ต้องไว้วางใจและติดตามพระองค์ไป อาเมน.... ขอให้พระเจ้าทรงอวยพรแด่ท่านด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้แสดงความคิดเห็น วันที่ตอบ 2011-04-13 17:38:16 IP : 182.52.50.160



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.